แม้ในวันที่เจ็บช้ำที่สุด การเลือกที่จะไม่ฆ่า ไม่ใช่เพียงแค่ชัยชนะของกฎหมายเท่านั้น แต่ยังคือการประกาศชัยชนะของศีลธรรมเหนือแรงแค้นที่เจ็บปวด
ผมนึกถึงวัยเด็กในช่วงกลางคืน ที่เปิดการ์ตูนดูเรื่องแล้วเรื่องเล่า เรียกได้ว่าแม้ในปัจจุบันที่ผมกำลังดูอยู่ก็สามารถจดจำตอนได้ทุกตอน และหลายตอนสามารถจดจำคำพูดของตัวละครได้ เกมและการ์ตูนเป็นเพื่อนของผมเช่นเดียวกับเด็กอีกหลาย ๆ คน ที่เผชิญกับปัญหาทั้งครอบครัวและโรงเรียน ทางออกจึงเป็นความบันเทิงที่ดูแล้วดูอีกด้วยได้ หนึ่งในนั้นคือยอดนักสืบจิ๋วโคนันนี้แหละ
แม้ในอดีตจะไม่ค่อยมีใครสอนเกี่ยวกับศีลธรรมให้กับผม แต่ผมเรียนรู้อย่างหนักแน่นผ่านการ์ตูนเรื่องนี้ในโลกของยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เบื้องหลังคดีฆาตกรรมทุกคดี คือร่องรอยของความทุกข์ที่ยากจะบรรยาย บางคนสูญเสียคนที่รัก บางคนถูกหักหลัง ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี หรือถูกทอดทิ้งในวันที่อ่อนแอที่สุด หลายเหตุการณ์ช่างบีบคั้นใจเสียจนผู้ชมอย่างเรายากจะตัดสินว่าผู้กระทำผิดลงมือฆ่าคนได้อย่างง่ายดาย แต่ไม่ว่าแรงจูงใจจะหนักหนาเพียงใดการ์ตูนเรื่องนี้ก็มักจะย้ำเตือนเราเสมอ
การฆ่าชีวิตผู้อื่นไม่เคยเป็นสิ่งที่ถูกต้อง "ความตายของคนคนหนึ่ง ไม่ใช่ใบอนุญาตให้คุณพรากชีวิตใคร" เป็นคำพูดของโคนัน (เท่าที่ผมจำความได้ซึ่งอาจจะผิดก็ได้) แต่หลายตอนโคนันที่เป็นตัวละครเอก จากนักสืบชื่อดัง ม.ปลาย โดนยาพิษจนย้อนกลับกลายไปเป็นเด็ก ป.1 เรื่องนี้อาจไม่ใช่สาระสำคัญที่ผมจะกล่าวถึงในบทความนี้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะกล่าวถึงเป็นพิเศษคือ "ศีลธรรมและความเป็นมนุษย์ในเรื่องนี้ที่ผู้เขียนเน้นย้ำหลายครั้งถึงความสำคัญของความเป็นมนุษย์และไม่มีใครมีสิทธิที่จะพรากสิ่งนี้ไป"
ผมอยากจะยกจริยธรรมแบบคานท์ (Kantian Ethics) ที่เป็นทฤษฎีทางจริยธรรมที่พัฒนาโดย อิมมานูเอล คานท์ นักปรัชญาชาวเยอรมัน โดยเน้นหลักการที่ว่าการกระทำจะถูกต้องตามศีลธรรมได้ก็ต่อเมื่อกระทำด้วยความรู้สึกในหน้าที่ และหลักการของสิ่งนั้นสามารถเป็นกฎสากลที่ตั้งอยู่บนเหตุ กล่างคือ “การกระทำควรมาจากความตั้งใจดี (Good will) และหน้าที่ทางศีลธรรม (Moral duty)” ไม่ใช่แรงจูงใจจากอารมณ์ชั่ววูบหรือความปรารถนาล้างแค้น
ตามอุดมการณ์นี้ แม้ใจจะโหยหาความยุติธรรม แต่การฆ่าล้างแค้นถือเป็นการละเมิดหลักกฎแห่งคุณธรรมอันเป็นสากล (Categorical imperative) ที่บอกว่าเราไม่อาจใช้อีกคนเป็นเครื่องมือเพื่อบรรลุเป้าหมาย จริยธรรมของโคนันจึงไม่คิดว่าความโกรธควรเป็นปัจจัยให้ใครฆ่าใครได้ ในทางกลับกันเขาเลือกเดินตาม กฎที่ว่าเราต้องเคารพสัตยธรรม (ความซื่อสัตย์ ซื่อตรง ความจริง จริงใจ พูดจริงทำจริง) และเชื่อในกระบวนการยุติธรรมของกฎหมาย ซึ่งเหนือกว่าแรงปรารถนาส่วนตัว
"ชีวิตมีจำกัด นั่นคือเหตุผลว่าทำไมมันถึงมีค่า ยิ่งมีจำกัดก็ยิ่งต้องพยายามดิ้นรน" - ฮัตโตริ เฮย์จิ |
ในทางจิตวิทยาศีลธรรมของลอเรนซ์ โคลเบิร์ก เขาเชื่อว่ามนุษย์พัฒนาการตัดสินใจทางศีลธรรมผ่านขั้นตอนจากการปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงโทษ ไปสู่การยึดถือหลักคุณธรรมสากล ซึ่ไม่ใช่ว่าใครจะไปถึงหลักจริยธรรมสากลในขั้นสุดท้ายได้ แต่โคนันสามารถไปถึงจุดนั้นได้ เพราะเขา (น่าจะ) เชื่อในหลักคุณค่าของชีวิตและการให้อภัย สอดคล้องกับงานศึกษาของ Jonathan Haidt ในหนังสือชื่อ The Righteous Mind: Why Good People are Divided by Politics and Religion (2012)
งานวิจัยของ Haidt (2012) ช่วยเน้นย้ำว่า การตัดสินใจที่ยั่งยืนเกิดขึ้นเมื่อเราผสมผสานเหตุผลเข้ากับความเข้าใจผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง (Empathy) การดำเนินเรื่องโคนันจึงไม่ใช่แค่จับกุมฆาตกรทันทีแล้วจบ แต่มีเรื่องราวของฆาตกรที่เล่าผ่านความเจ็บปวดก่อน ในความเห็นของผมผู้เขียนอาจารย์โกโช อะโอะยะมะ ต้องการให้พวกเรารับรู้ถึงความรู้สึกเพื่อเข้าใจจิตใจคนร้าย และเหตุผลของการวางแผนจับกุมอย่างเป็นธรรม
เหมือนการใช้สองระบบร่วมกัน อารมณ์นำทางให้เราเข้าใจผู้อื่น ส่วนเหตุผลช่วยให้เราดำเนินการต่ออย่างชาญฉลาดและยั่งยืน
นอกจากนี้ การวิจัยด้านจิตวิทยาการให้อภัย (Forgiveness) พบว่าการเลือกไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง ช่วยลดอาการเครียดและสมองปล่อยสารเซโรโทนินส่งเสริมความสงบ (McCullough, 2001) ในบางตอนที่โคนันเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดได้ตระหนักถึงสำนึก โดยการผสานกับบทเรียนทางสังคม เช่น เห็นว่าการลงโทษด้วยกระบวนการยุติธรรมนำไปสู่ความยุติธรรมที่แท้จริง ให้กลับตัวกลับใจเสียใหม่ นั่นคือการเปลี่ยนความโกรธให้กลายเป็นพลังบวกสำหรับปกป้องผู้บริสุทธิ์ มากกว่าการล้างแค้น
สิ่งที่ทำให้ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (Detective Conan) ไม่เหมือนการ์ตูนสืบสวนทั่วไปเลย ก็คือการให้ความสำคัญกับมนุษย์มากกว่าอาชญากรรม ทุกครั้งที่โคนันคลี่คลายคดีได้ เขาไม่ได้เพียงแค่ไขความลับของพฤติกรรมชั่วร้าย แต่กลับแสดงให้เห็นความเจ็บปวดและแรงปรารถนาที่ซ่อนอยู่ในหัวใจผู้กระทำผิด โคนันไม่เคยตัดสินว่าฆาตกรล้วนชั่วร้ายแต่ชวนให้เราเข้าใจว่าทุกคนมีด้านเปราะบาง
ชีวิตจริงย่อมมีวันที่มืดมนและไม่ยุติธรรม แต่วินาทีที่เราตัดสินใจไม่เติมเชื้อไฟด้วยความแค้น นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเยียวยาและการสร้างโลกให้ดีขึ้น การ์ตูนเรื่องนี้สอนให้เราตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า เมื่อเผชิญกับความสูญเสียสุดขีด
เราจะใช้ความเจ็บปวดเป็นแรงผลักดันสู่การแก้แค้น หรือเลือกให้มันเป็นแรงบันดาลใจในการให้อภัยและเริ่มต้นใหม่
อ้างอิง
คาลอส บุญสุภา. (2561). ทฤษฎีพัฒนาการจริยธรรมของโคลเบิร์ก (Lawrence Kohlberg). https://sircr.blogspot.com/2018/04/lawrence-kohlberg.html
Haidt, J. (2012). The righteous mind: Why good people are divided by politics and religion. Vintage.
McCullough, M. E. (2001). Forgiveness: Who does it and how do they do it? Current Directions in Psychological Science, 10(6), 194–199. https://doi.org/10.1111/1467-8721.00144
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น