ทักษะสำคัญของครูไม่ใช่แค่การวางแผน แต่คือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีสติ
ผมอยากจะเริ่มถึงปัญหาในปัจจุบัน นอกจากจะมีความซับซ้อนมากขึ้น ยากมากขึ้น ยังมีจำนวนมากขึ้นอีกด้วย ทั้งปัญหาที่จุกจิก ไปจนถึงปัญหาที่ใหญ่โต ครูหลายคนที่ผมรู้จักพยายามจู้จี้ จุกจิก กระตือรือร้นที่จะควบคุมสถานการณ์ให้ปัญหาไม่เกิด แต่รู้อะไรมั้ยครับ ปัญหาก็ขึ้นทุกที
ไม่ว่าจะเป็นการสอน และดูแล ให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ หรือนักเรียนทั่วไปก็ตาม ทุกอย่างไม่เคยเป็นเส้นตรงตามแผนที่วางเอาไว้ ปัญหาเกิดขึ้นได้เสมอ ทั้งสิ่งที่คาดไม่ถึงในห้องเรียน อารมณ์ของเด็กที่เปลี่ยนฉับพลัน เทคโนโลยีที่ไม่เป็นใจ หรือเงื่อนไขเวลาที่บีบคั้น
ความจริงที่ยอมรับได้ยากคือ การควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาแทบเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ทำได้จริงคือเตรียม “ทักษะรับมือ” ให้พร้อม และนั่นทำให้ผมเชื่อมากขึ้นทุกวันว่า ทักษะสำคัญของครูไม่ใช่แค่การวางแผน แต่คือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีสติ
ผมเคยมีประสบการณ์แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเยอะมาก ๆ แต่ที่โดดเด่นและอยากจะแชร์ให้ทุกท่านอ่านคือ การนำเสนองานวิจัยในรถบัส เดิมทีการนำเสนอระดับชาติแบบออนไลน์ จะใช้คลิปวีดีโอที่เตรียมไว้เปิด หลังจากนั้นจะมีการตอบคำถาม ซึ่งผมคิดว่าแค่เปิดคลิปและตอบคำถาม เราสามารถทำได้ แม้เราจะอยู่ระหว่างการสัมมนาอาจารย์ก็ตาม
แต่แล้วสิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น ก่อนถึงวันจริงเพียงหนึ่งวัน ผู้ทรงคุณวุฒิแจ้งมาว่าได้อ่านบทความวิจัยของผมแล้วรู้สึกสนใจเป็นพิเศษ และขอเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอจากการเปิดวิดีโออัดล่วงหน้า เป็น การนำเสนอสด (Oral Presentation) แทน
ภาพแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือคำเดียว “ไม่น่ารอด” เพราะเงื่อนไขใหม่หมายความว่า ผมต้องนำเสนอผลงานวิจัย จากบนรถบัสที่กำลังเคลื่อนที่อยู่
แต่แทนที่จะปฏิเสธ ผมเลือกตั้งคำถามกับตัวเองใหม่ว่า ถ้าสถานการณ์นี้ไม่สามารถสมบูรณ์แบบได้ เราจะทำให้มัน “พอใช้ได้จริง” อย่างไร
เมื่อถึงวันที่จะต้องนำเสนอ ผมเริ่มประเมินทรัพยากรที่มี ชั้นล่างของรถบัสมีเสียงรบกวนน้อยกว่าที่คิด สัญญาณอินเทอร์เน็ตพอจะประคองการนำเสนอไปได้ แม้รถจะสะดุดเป็นระยะ และความท้าทายที่สุดคือ ผมลืมตั้งเวลา ต้องอาศัยสัญชาตญาณและประสบการณ์ในการกะจังหวะการพูดเอาเองตลอดทั้งการนำเสนอ
แล้วจังหวะสำคัญก็มาถึง รถบัสจอดที่สถานีรถไฟพอดีในช่วงท้ายของการนำเสนอพอดี ผมเร่งสรุปประเด็นอย่างมีโครงสร้าง ปิดการนำเสนอ ครบเวลาที่กำหนดไว้เป๊ะ และสามารถ ตอบคำถามผู้ทรงคุณวุฒิได้ครบทุกประเด็น
ผมคงไม่จำเป็นต้องบรรยายมากนักว่าหลังจากนั้น ผมโล่งใจและภูมิใจเพียงใด ไม่ใช่เพราะทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบ แต่เพราะผมได้พิสูจน์กับตัวเองอีกครั้งว่า เมื่อแผนล้มเหลว ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือสิ่งที่พาเราไปถึงเส้นชัยได้จริง
เหตุการณ์นี้สอนผมสามอย่าง
1) ยืดหยุ่นให้เป็น เย็นให้พอ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ความยืดหยุ่นช่วยพาเราข้ามผ่านอุปสรรคได้ แต่สิ่งที่สำคัญรองลงมือความใจเย็น สองสิ่งนี้มักจะมาพร้อมกันเสมอ หากใจร้อนมากเกินไปก็จะทำให้ตัดสินใจผิดพลาด ตรงกันข้ามความใจเย็นนี้แหละเสริมตัวเราแกร่งมากขึ้น และเอาชนะอุปสรรคได้
2) โฟกัสสิ่งควบคุมได้ ในสถานการณ์ดังกล่าว ผมเลือกที่จะโฟกัสไปที่ โครงเรื่อง เสียง น้ำเสียง จังหวะ ไม่ใช่สภาพแวดล้อมทั้งหมด เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมควบคุมไม่ได้ นี้คือหัวใจสำคัญของปรัชญาสโตอิก
3) เชื่อในทักษะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อเกิดปัญหาขึ้นเราจะต้องหาทางออกอย่างรวดเร็วสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ครูทุกคนฝึกสิ่งนี้ทุกวันในห้องเรียน เพียงแต่บางครั้งเราไม่รู้ตัว ดังนั้นเราควรจะตระหนักถึงทักษะนี้ให้มาก
ท้ายที่สุด การเป็นครูไม่ใช่การทำให้ทุกอย่างเรียบร้อยตามแผน แต่คือการ พานักเรียน (และตัวเราเอง) ไปต่อได้ แม้โลกจะไม่เป็นใจ ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจึงไม่ใช่ทักษะเสริม หากเป็นหัวใจของวิชาชีพ
หัวใจที่ทำให้เรายืนอยู่ตรงนั้นได้อย่างมั่นคง แม้รถจะยังเคลื่อนที่อยู่ก็ตาม
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น