STEEP Analysis ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสแกนสภาพแวดล้อมระดับมหภาคเพื่อจำแนก โอกาส และ อุปสรรค
เป็นที่รู้กันว่าพฤติกรรมของนักเรียนในแต่ละยุคสมัยไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะผู้ใหญ่สมัยนี้มองว่านักเรียนในปัจจุบันไม่อดทน รักสบาย ทำอะไรเองไม่ค่อยเป็น โดยที่ลืมไปว่าการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อมนั้นแหละที่เป็นปัจจัยสำคัญ
พฤติกรรมของนักเรียน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นผลลัพธ์จากการสั่นสะเทือนของบริบทโลกที่เคลื่อนไปไม่หยุดนิ่ง หากเรามองผ่านกรอบวิเคราะห์ STEEP Analysis (สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2560) เราจะเข้าใจว่าทำไมนักเรียนในวันนี้จึงแตกต่างกับในอดีตอย่างสิ้นเชิง
ในการวางแผนกลยุทธ์ เรามักเผชิญกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงที่ควบคุมไม่ได้แต่ส่งผลกระทบอย่างมหาศาล STEEP Analysis จึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสแกน "สภาพแวดล้อมระดับมหภาค" เพื่อจำแนก โอกาส (Opportunities) และ อุปสรรค (Threats) ผ่าน 5 มิติสำคัญ ดังนี้ครับ
S - Social (สังคม): วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากร ไลฟ์สไตล์ ค่านิยม และวัฒนธรรมที่หล่อหลอมพฤติกรรมคนในยุคสมัยนั้นๆ
T - Technological (เทคโนโลยี): ติดตามนวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลที่เข้ามาดิสรัปต์ (Disrupt) วิถีชีวิตและการทำงานเดิมๆ
E - Economic (เศรษฐกิจ): พิจารณาภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อ อัตราเงินเฟ้อ และปัจจัยทางการเงินที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ
E - Environmental (สิ่งแวดล้อม): ประเมินสถานการณ์ทางธรรมชาติ กฎหมายสิ่งแวดล้อม และกระแสความยั่งยืน (Sustainability) ที่โลกกำลังให้ความสำคัญ
P - Political (การเมือง): สำรวจนโยบายภาครัฐ ข้อกฎหมาย และเสถียรภาพทางการเมืองที่มีผลต่อการกำหนดทิศทางขององค์กรหรือสถานศึกษา
| พฤติกรรมของนักเรียนในปัจจุบันแตกต่างกับในอดีต การสอนจึงควรเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ |
แม้ STEEP จะดูเหมือนเครื่องมือสำหรับนักธุรกิจ แต่ในโลกของการศึกษา เครื่องมือนี้คือแว่นขยายชั้นดีที่ช่วยให้ครูมองเห็นว่า แรงขับเคลื่อนทางสังคมหรือเทคโนโลยีชิ้นไหนกันแน่ ที่กำลังหล่อหลอมให้นักเรียนของเราเปลี่ยนไป
กลับมาที่บริบทโรงเรียน ผมจะขอยกตัวอย่างสมมติ น้องโบว์ (ยุค 90s) เติบโตมากับความอดทนและระเบียบวินัย ยุคกระโปรงบานขาสั้นที่พกสมุดจดหนาเตอะ ในสมัยนั้น Social & Political ในยุคนั้น โครงสร้างสังคมเน้นอำนาจนิยม ครูคือศูนย์กลางของความรู้ การเคารพกฎระเบียบคือหน้าที่หลัก พฤติกรรมของโบว์จึงเน้นการ "ฟังและจำ"
ส่วน Technological แหล่งความรู้เดียวคือห้องสมุด พฤติกรรมของเด็กยุคนี้จึงมีความ "อดทนรอคอย" สูง เพราะการหาคำตอบแต่ละอย่างต้องใช้เวลา
ตัวอย่างต่อมา น้องบีม (Gen Alpha) ยุคแห่งความเร็วและการตั้งคำถาม นักเรียนในห้องเรียนปัจจุบันที่พก iPad มาเรียนแทนสมุด และมีสมาร์ทโฟนที่สามารถหาข้อมูลได้ทันใจ
ในด้าน Technological บีมโตมากับ AI และ Google ข้อมูลทุกอย่างอยู่แค่ปลายนิ้ว พฤติกรรมของบีมจึงเปลี่ยนจากการจำเป็น "การคัดกรอง" เขาจะ เบื่อง่าย หากครูสอนในสิ่งที่เขาสามารถหาอ่านเองได้ใน 5 วินาที เช่นเดียวกับสื่อที่เขาเลือกเสพ
ด้าน Economic & Social ในโลกที่เศรษฐกิจผันผวนและเห็น Influencer ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย บีมเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่เรียนว่า "จะเรียนไปทำไม" หรือ "สิ่งนี้ทำเงินได้จริงไหม" ความกระตือรือร้นของเขาจะเกิดขึ้นต่อเมื่อเขามองเห็นคุณค่าของมันจริงๆ จึงเป็นเหตุผลว่าเพราะอะไรการเริ่มต้นสอนควรจะให้พวกเขาตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งที่เขาเรียนส่วนก่อน
ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่อาจใช้ไม้บรรทัดเล่มเดิมที่ใช้วัดพฤติกรรมของนักเรียนในยุค 90s มาตัดสินนักเรียนในยุค Gen Alpha ได้อีกต่อไป การทำความเข้าใจปัจจัยแวดล้อมผ่าน STEEP Analysis ไม่ได้มีไว้เพื่อให้เรายอมจำนนต่อความเปลี่ยนแปลง แต่มีไว้เพื่อให้เราปรับเข็มทิศในการออกแบบการเรียนรู้อย่างเท่าทัน
ในบทความนี้ผมคงจะไม่ได้แนะนำวิธีการปรับการเรียนการสอนให้เข้ากับนักเรียนในปัจจุบัน เพราะมีหลายบทความที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่วัตถุประสงค์หลัก ๆ ก็คือการเข้าใจ และปรับตนเองตามโลกที่เปลี่ยนไป ตามพฤติกรรมของนักเรียนที่เปลี่ยนไป
เพราะเมื่อเราเข้าใจและยอมรับ กลยุทธ์ที่มีคุณภาพก็จะค่อย ๆ ตามมา
อ้างอิง
สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2560). STEEP Analysis.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น