ชีวิตคือการก้าวไปข้างหน้า: เผชิญความเปลี่ยนแปลงด้วยความกลัว

ความมั่นใจที่แท้จริง ไม่ใช่การรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่คือการเชื่อว่า "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะรับมือมันได้"

            ในบทความที่แล้วผมได้บันทึกประสบการณ์ชีวิตครู: กลัวที่จะเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อเปลี่ยนก็ปรับตัวได้เสมอ และปิดท้ายด้วย จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร โดยนำเสนอสิ่งที่ผมได้กลั่นกรองออกมา ผมผสานกับงานวิจัยของ นิโคลัส คาร์ลตัน (Nicholas Carleton) (Carleton, 2016)

            เพื่อชี้ให้เห็นว่าความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้ (Fear of the Unknown) คืออุปสรรคด่านแรกที่ทุกคนต้องข้ามผ่าน ดังนั้นในวันนี้ผมพร้อมจะหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อให้เห็นว่าเราจะเปลี่ยนความกังวลนั้นให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาตนเองได้อย่างไร

ชีวิตเคลื่อนดีและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

            พวกเรารู้กันทุกคนว่าชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง และความเปลี่ยนแปลงก็ไม่เคยขออนุญาตเรา หลายครั้งมันมาในรูปแบบที่เราคาดหวังแต่หลายครั้งมันมาโดยที่เรายังไม่พร้อม

            และสิ่งที่เกิดขึ้นแทบทุกครั้งคือความกลัว ซึ่งไม่ใช่ความกลัวแมลงสาบ หรือสิ่งสัตว์เลื่อยคลานต่าง ๆ แต่เป็นความรู้สึกไม่มั่นคง ความไม่แน่นอน และคำถามในใจว่า “เราจะรับมือกับมันได้จริงหรือ”

            ในทางจิตวิทยา นิโคลัส คาร์ลตัน (Carleton, 2016) อธิบายว่า มนุษย์ไม่ได้กลัวการเปลี่ยนแปลงโดยตรง แต่เรากลัวความไม่แน่นอน เพราะความไม่แน่นอนคือสิ่งที่สมองไม่สามารถคาดการณ์ได้ และสิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้ มักถูกตีความว่าอาจเป็นอันตราย

แม้เราจะไม่รู้แน่ชัดว่าคำตอบคืออะไร แต่เรามีความสามารถในการหาคำตอบระหว่างทาง

            นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม แม้เราจะเคยผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้ง และรอดมาได้ทุกครั้ง แต่ก็ยังกลัวอยู่ทุกครั้งไป

แนวคิด 3 ข้อเผชิญความเปลี่ยนแปลงด้วยความกลัว

            จากการสั่งสมประสบการณ์ชีวิตอันไม่มากนัก ผสานกับการศึกษาเชิงลึกในด้านจิตวิทยาและปรัชญาตลอดจนการวิเคราะห์งานวิจัยของ คาร์ลตัน (Carleton, 2016) ผมได้กลั่นกรองแนวคิดออกมาเป็น 3 ข้อหลักดังนี้

            1) ยอมรับความกลัว เพราะความกลัวไม่ใช่ศัตรู แต่มันคือสัญญาณว่าเรากำลังก้าวออกจากพื้นที่เดิมและกำลังเผชิญสิ่งใหม่ ดังนั้นแทนที่จะบอกว่า “ฉันไม่ควรกลัว”ลองเปลี่ยนเป็น “ฉันกลัวได้…แต่ฉันไปต่อได้” เพราะความกล้า ไม่ใช่การไม่มีความกลัว แต่คือการเดินไปพร้อมกับมัน

            2) โฟกัสสิ่งที่ควบคุมได้ เพราะเราควบคุมไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คนอื่นจะคิดอย่างไร หรืออนาคตจะเป็นแบบไหน แต่เราควบคุมได้เสมอว่า เราจะเลือกตอบสนองอย่างไร เราจะมองเหตุการณ์แบบไหน และเราจะลงมือทำอะไรต่อไป

            แนวคิดนี้สอดคล้องกับปรัชญาสโตอิก ที่แบ่งโลกออกเป็น 2 ส่วนชัดเจน สิ่งที่ควบคุมได้ และสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เมื่อเราหยุดต่อสู้กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ พลังทั้งหมดของเราจะกลับมาอยู่ในสิ่งที่เราทำได้จริง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความสงบทางจิตใจ

            3) เชื่อในความสามารถของตัวเอง เพราะเมื่อเรามองย้อนกลับไปในชีวิต ในอดีตของเรา เราจะพบว่า มีหลายครั้งที่เรา “ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไง" แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้ 

            นี่คือหลักฐานสำคัญที่สุด แม้เราจะไม่รู้แน่ชัดว่าคำตอบคืออะไร แต่เรามีความสามารถในการหาคำตอบระหว่างทาง

            ไม่มีทางที่มนุษย์จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ล่วงรู้ล่วงหน้า แม้แต่บุคคลที่ประสบความสำเร็จอย่าง บิล เกตส์ ยังเคยออกมายอมรับเองว่า ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือการประเมินตลาดสมาร์ทโฟนผิดพลาด และปล่อยให้ Google พัฒนา Android จนกลายเป็นระบบปฏิบัติการบนมือถือที่ไม่ได้มาจาก Apple ที่เป็นมาตรฐานระดับโลก เขาประเมินว่าความผิดพลาดที่มองอนาคตไม่ออกในครั้งนั้น ทำให้ Microsoft สูญเสียมูลค่าไปมหาศาลถึง 4 แสนล้านดอลลาร์

            เรื่องราวของบุคคลในตำนานท่านนี้ สอนเราว่า มนุษย์ไม่ได้เก่งเพราะรู้ทุกอย่างล่วงหน้า แต่เก่งเพราะเรียนรู้และปรับตัวได้ Microsoft ที่พลาดขบวนรถไฟสายสมาร์ทโฟนไม่ได้ทำให้พวกเขาหยุดชะงัก หรือจมปลักอยู่กับความเสียดาย พวกเขาเลือกที่จะเรียนรู้จากความเจ็บปวดนั้น แล้วเบนเข็มทิศมุ่งหน้าไปสู่น่านน้ำใหม่ๆ อย่างเทคโนโลยีคลาวด์ (Cloud Computing) ในเวลาต่อมา ซึ่งการปรับตัวอย่างทันท่วงทีนี้เอง ที่พอบริษัทกลับมาผงาดในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลกได้อีกครั้ง

            ดังนั้น ความมั่นใจที่แท้จริง ไม่ใช่การรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่คือการเชื่อว่า "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะรับมือมันได้"

            หากวันนี้ทุกท่านกำลังยืนอยู่หน้าการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง อยากให้ทุกท่านตระหนักว่า เราไม่จำเป็นต้องพร้อมทั้งหมด เราไม่จำเป็นต้องมั่นใจทั้งหมด เราแค่ต้องก้าวไปแม้จะยังกลัว แม้จะยังไม่แน่ใจ เพราะความจริงที่ชีวิตพิสูจน์มาแล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ 

เราไม่จำเป็นต้องพร้อมเพื่อเริ่มต้น แต่เราจะค่อย ๆ พร้อมขึ้นหลังจากที่เราเริ่มออกตัวเดินแล้วเสมอ

อ้างอิง

Carleton, R. N. (2016). Into the unknown: A review and synthesis of contemporary models involving uncertainty. Journal of Anxiety Disorders, 39, 30–43.
https://doi.org/10.1016/j.janxdis.2016.02.007

ความคิดเห็น