พิณสามสาย: การอุปมาที่เหนือกาลเวลา

สายที่พอดี คือการกลับมามีสติอยู่กับเสียงพิณของตัวเอง เรียนรู้ที่จะขึงใจให้พอเหมาะกับศักยภาพและจังหวะชีวิตของเรา ไม่ใช่ขึงสายตามความตึงของคนอื่น  

            หากทุกท่านไถ Social media ต่าง ๆ จะพบว่า "ทำไมแต่ละคนดูร่ำรวยกันจัง" แม้จะอยู่ในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี ซึ่งผมเชื่อว่าหลายท่านทราบว่ามันคือด้านที่ผู้คนอยากจะแสดงออกเท่านั้น เพราะเบื้องหลังอาจมีอะไรหลายอย่างที่เราไม่รู้ ในบทความนี้ผมไม่ได้จะมาเขียนเรื่องเบื้องลึกของ Social media แต่เน้นไปที่ "ทุกวันนี้เราพยายามมากเกินไปหรือไม่"

            ปฏิเสธไม่ได้ว่าการโพสต์แต่เรื่องดี ๆ ของตนเอง กลายเป็นการแข่งขันกันมากกว่าในยุคเก่า ๆ ก่อนที่จะมี Social media มาเป็นสารกระตุ้น (Catalyst) ซึ่งยิ่งเราเสพสิ่งเหล่านี้มาก มันจะย้ำเตือนเราผ่านหน้าฟีดตลอดเวลาว่า "เรายังดีไม่พอ" หรือ "เรายังช้ากว่าคนอื่น" 

            แรงขับเคลื่อนนี้ผลักดันให้เราโหมแรงกายแรงใจอย่างหนัก จนบางครั้งเราลืมไปว่าเรากำลังก้าวเดินด้วยความเพียร หรือกำลังวิ่งด้วยความกลัวกันแน่

            หากย้อนกลับไปในสมัยพุทธกาล มีเรื่องราวของ พระโสณโกฬิวิสะ ผู้เป็นตัวแทนของคนที่ "ทุ่มเทสุดตัวแต่ผิดทิศทาง" ท่านมุ่งมั่นปฏิบัติธรรมอย่างหนักด้วยการเดินจงกรมอย่างต่อเนื่องจนฝ่าเท้าแตก หน้าแข้งแตก เลือดไหลอาบไปทั่วทางเดิน แม้จะใช้ความพยายามมหาศาลเพียงใด แต่จิตใจของท่านกลับยิ่งมืดบอดและไม่พบทางสว่าง จนเกิดความท้อแท้ถึงขั้นอยากจะลาสิกขา

            เมื่อความทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์จึงเสด็จมาตรัสถามคำถามสำคัญที่เปลี่ยนมุมมองของท่านไปตลอดกาลว่า

            พระพุทธเจ้า: "เมื่อครั้งเป็นคฤหัสถ์ ท่านเป็นนักดีดพิณที่เก่งกาจใช่หรือไม่  "หากสายพิณนั้นตึงเกินไป เสียงจะเป็นอย่างไร"

            พระโสณะ: "เสียงจะเพี้ยน ขาดความไพเราะ และสายอาจขาดได้พระเจ้าข้า"

            พระพุทธเจ้า: "แล้วถ้าสายพิณหย่อนเกินไปเล่า"

            พระโสณะ: "เสียงก็จะทุ้มต่ำ อับเฉา และดีดไม่กังวานพระเจ้าข้า"

            พระพุทธเจ้า: "แต่ถ้าสายพิณนั้นถูกขึงไว้พอดี ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป เสียงจะเป็นเช่นไร"

            พระโสณะ: "จะมีความไพเราะ กังวาน และบรรเลงเพลงได้งดงามพระเจ้าข้า"

พระพุทธเจ้าตรัสถามคำถามสำคัญกับ พระโสณะ เรื่องพิณสามสาย เปลี่ยนมุมมองของท่านไปตลอดกาล

            ทุกท่านจะเห็นว่า การอุปมาเรื่อง "พิณสามสาย" นี้เองคือสัจธรรมที่เหนือกาลเวลา โดยเฉพาะเมื่อนำมาเทียบกับกับคนอื่น ๆ ที้เรียกว่า "การเปรียบเทียบทางสังคม" (Social Comparison) ในยุคปัจจุบัน

            (การเปรียบเทียบทางสังคม = การประเมินความสามารถ ความสำเร็จ และความคิดเห็นของตนเอง โดยการนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้อื่นรอบข้าง เพื่อทำความเข้าใจตนเองและบทบาทในสังคมมากขึ้น)

            1) สายที่ตึงเกินไป คือสภาวะที่เราเอาความสำเร็จของคนอื่นบนโลกโซเชียลมาเป็นแรงกดดันจนเกินพอดี เราเร่งรีบจนจิตใจอักเสบ เปรียบเหมือนพระโสณะที่เดินจนเท้าแตกเพื่อให้ได้มาซึ่งเป้าหมาย แต่กลับสูญเสียความสุขและความสงบระหว่างทาง

            2) สายที่หย่อนเกินไป คือการปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปตามกระแสความบันเทิงชั่วครั้งชั่วคราว ขาดความกระตือรือร้นและเป้าหมายที่แท้จริง

            3) สายที่พอดี คือการกลับมามีสติอยู่กับเสียงพิณของตัวเอง เรียนรู้ที่จะขึงใจให้พอเหมาะกับศักยภาพและจังหวะชีวิตของเรา ไม่ใช่ขึงสายตามความตึงของคนอื่น

            สุดท้ายพระโสณะเข้าใจความหมายของ "ทางสายกลาง" แต่ท่านไม่ได้เลิกเพียร ในทางกลับกันท่านได้เรียนรู้วิธีการปรับใจให้เข้าสู่สภาวะสมดุล ท่านเปลี่ยนความเพียรที่เกิดจากความอยาก (ตัณหา) ให้กลายเป็นการทำเหตุอย่างต่อเนื่องด้วยใจที่ตื่นรู้ จนในที่สุดท่านก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ และได้รับการยกย่องว่าเป็น เอตทัคคะ (ผู้เลิศ) ด้านการปรารภความเพียร

            นี่คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่า การปล่อยวางความตึงเครียด ไม่ได้ทำให้เราสำเร็จน้อยลง แต่กลับทำให้เรามีความเพียรที่ถูกฝาถูกตัว 

และมีพลังมากพอที่จะพาเราเดินทางไปได้ไกลกว่าเดิม จนถึงเส้นชัยในวันที่ใจเบาสบายที่สุดครับ

อ้างอิง

นทธัญ แสงไชย และ ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์. (2568). BUDDHIST HOLY DAY หนีตามพระพุทธเจ้า. แซลมอน.

ความคิดเห็น