จิตวิทยาแห่งความอ่อนน้อมถ่อมตน (Psychology of Humility) 

ผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ทั้งคะแนนความมั่นใจและความถ่อมตัวในระดับสูง

            "ถ้าเราไม่ผิดพลาด เราก็จะไม่มีทางได้เรียนรู้อะไรได้เลย" ไม่มีใครปฏิเสธสิ่งนี้แต่ แต่ทุกคนกลับหลงลืมในทุกสถานการณ์ พวกเราหลายคนพร้อมที่จะลงโทษผู้อื่นเมื่อทำผิดพลาดอยู่เสมอ พิมพ์งานผิดบ้าง พูดผิดบ้าง ทำการบ้านผิดบ้าง

            ในบทความนี้ผมไม่ได้ต่อว่า หรือพยายามจะลงโทษผู้ที่มักจะต่อว่าคนอื่นเมื่อทำผิดพลาด แต่สิ่งที่ผมอยากนำเสนอก็คือ "ความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดา" เราจะต้องยอมรับและพร้อมที่จะผิดพลาดเสมอ ดังนั้นการที่เราจะปกป้องตนเองจากการโดนคนอื่นซ้ำ เราจะต้องสร้างลักษณะบุคลิกภาพที่พร้อมจะผิดพลาดได้โดยไม่โดนประชาทัณฑ์ ผมเรียกบุคลิกนี้ว่า "ความอ่อนน้อมถ่อมตน"

            เหตุผลคือ การที่เราถ่อมตัวเราลงมา มันจะช่วยให้เรารับมือกับความผิดพลาด ความล้มเหลวได้อย่างดี มากกว่าที่เราจะเย่อหยิ่ง ไม่เพียงแค่นั้นมนุษย์ทุกคนอยากจะมองว่าตัวเองเป็นคนที่สำคัญ ดังนั้นหากเราแสดงออกอย่างเย่อหยิ่งหรือไปลดทอนคุณค่าในตัวของคนอื่นลง มันก็ย่อมทำให้คนอื่นรู้สึกแย่เป็นธรรมดา

            ผมมองว่า ความถ่อมตน (Humility) หมายถึง การที่เราเลือกลดอัตตาของตัวเองให้เล็กลง เป็นทัศนคติที่ถูกสร้างมาจากประสบการณ์ และตระหนักถึงความจริงที่ว่าโลกใบนี้มีสิ่งให้เรียนรู้มากมาย และคนรอบ ๆ ตัวเราก็มักจะมีคนที่เก่งกว่าเราบางด้านเสมอ อย่างไรก็ตามความถ่อมตัวไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่แสดงความสามารถ หรือความมั่นใจออกมาได้เลย 

            บางคนอาจเข้าใจว่าความถ่อมตนเกิดจากความไม่มั่นใจในตัวเอง แต่ในความจริงแล้ว เราสามารถเป็นคนมั่นใจและถ่อมตนไปพร้อมกันได้ หากรู้จักประเมินตนเองตามความจริง ซึ่งสอดคล้องกับ จิตวิทยาแห่งความอ่อนน้อมถ่อมตน (Psychology of Humility) ที่เน้นย้ำว่า ความถ่อมตนคือการยอมรับข้อจำกัดของตนเอง และเปิดรับมุมมองของผู้อื่นโดยปราศจากอคติ โดยไม่ได้หมายถึงการยอมจำนนหรือลดคุณค่าในตัวเอง และยังเป็นคุณลักษณะเชิงบวกที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

จิตวิทยาแห่งการถ่อมตนเอง

            ทิม เออร์บัน (Tim Urban) บล็อกเกอร์ที่มีชื่อเสียง อธิบายไว้ว่า ในขณะที่ความถ่อมตัวเป็นตัวกรองที่ซึมซับประสบการณ์ชีวิตและเปลี่ยนมันให้กลายเป็นความรู้และภูมิปัญญา ความทะนงตัวกลับเป็นเกราะยางที่มีแต่จะทำให้ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านเข้ามาเด้งกลับออกไปเท่านั้น 

            สิ่งที่เออร์บันกล่าวออกมาเป็นความจริงที่ปฏิเสธได้ยาก เรามักพบเห็นคนที่ทะนงตัวแสดงออกอย่างมั่นใจ และแสดงความมีอคติต่อข้อมูลที่เขาไม่เห็นด้วยอย่างมากล้นจนเกินไปอยู่เสมอ

            เรามักจะมองความถ่อมตัวอย่างเข้าใจผิด อดัม แกรนต์ (Adam Grant) ผู้เขียนหนังสือ Think Again: The Power of Knowing What You Don't Know ให้ความเห็นว่า ความถ่อมตัวไม่ใช่การมีความมั่นใจในตัวเองต่ำ แต่เขาอธิบายว่ามันมาจากรากศัพท์ภาษาละตินของคำว่า Humility มีความหมายว่า "จากพื้นดิน (From the earth)" มันเกี่ยวข้องกับการมีวิจารณญาณ (Being Grounded) โดยตระหนักว่าเราต่างก็มีข้อบกพร่องและทำผิดพลาดกันได้

            เราทะนงตัวจนตาบอดเมื่อเราปักใจเชื่ออย่างเต็มที่ในจุดแข็งและกลยุทธ์ของตัวเอง เราเคลือบแคลงสงสัยจนกลายเป็นอัมพาตเมื่อเราขาดความเชื่อมั่นในทั้งสองอย่างนั้น เราอาจถูกครอบงำด้วยปมด้อยเมื่อเรารู้วิธีการที่ถูกต้องแต่กลับไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองที่จะลงมือปฏิบัติ 

            สิ่งที่เราควรจะทำคือมีความถ่อมตัวแบบมั่นใจหรือมีศรัทธาในความสามารถของตัวเอง และขณะเดียวกันก็ยอมรับด้วยว่าเราอาจไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องหรือแม้แต่กำลังแก้ปัญหาถูกเรื่อง แนวทางนี้จะทำให้เราเกิดความเคลือบแคลงสงสัยมากพอที่จะทบทวนความรู้เดิมของเราอีกครั้ง และเกิดความมั่นใจมากพอที่จะแสวงหาความเข้าใจที่ถ่องแท้ในเรื่องใหม่ ๆ 

            อดัม แกรนต์ ยังได้นำเสนอโมเดลที่เรียกว่าจุดลงตัวของความมั่นใจ ที่ประกอบไปด้วย ความแน่ใจ และไม่แน่ใจที่มีต่อเครื่องมือหรือปัจจัยภายนอกบางอย่าง เช่น สถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัว ผู้อื่น หรืออุปกรณ์บางอย่าง และความเชื่อมั่นในตัวเอง ที่ประกอบไปด้วย ความไม่มั่นคง และความมั่นคง เป็นมุมมองที่เรามีต่อตัวเองไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบใดก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น เราอาจจะไม่มั่นใจในข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ แต่เรารู้สึกมั่นคงว่าเรามีความสามารถ และพยายามอย่างเต็มที่แล้ว

            ความถ่อมตัวแบบมั่นใจ จึงเป็นสิ่งที่อยู่ระหว่าง ความไม่แน่ใจที่มีต่อเครื่องมือหรือปัจจัยภายนอก และความมั่นคงที่มีต่อความเชื่อมั่นในตัวเราเอง การที่เราทั้งแน่ใจในปัจจัยภายนอกมากจนเกินไป มั่นคงในความเชื่อที่มีต่อตัวเองมากเกินไป จะทำให้เราทะนงตัวแบบมืดบอด 

            ซึ่งเป็นสิ่งที่ ทิม เออร์บัน เรียกว่า "เกราะยางที่มีแต่จะทำให้ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านเข้ามาเด้งกลับออกไปเท่านั้น" ตรงกันข้ามกับความเคลื่อบแคลงสงสัยที่บั่นทอนกำลังใจของตัวเอง ที่มักพบในคนที่เห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ หรือเผชิญกับภาวะซึมเศร้า

            ความถ่อมตัวแบบมั่นใจจะทำให้เราคิดทบทวนต่อทั้งปัจจัยภายในและภายนอกตัวเอง และยังช่วยให้การคิดทบทวนของเรามีคุณภาพมากขึ้นด้วย อดัม แกรนต์ ยังได้นำเสนอการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ศึกษาอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับประสิทธิภาพความเป็นผู้นำในสหรัฐอเมริกาและจีน พบว่า ทีมที่มีประสิทธิภาพและมีความคิดสร้างสรรค์สูงสุดไม่ได้มีผู้นำที่เป็นคนมั่นใจหรือถ่อมตัว แต่ผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ทั้งคะแนนความมั่นใจและความถ่อมตัวในระดับสูง

            เพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะเชื่อมั่นในจุดแข็งของตัวเอง แต่พวกเขาก็ตระหนักถึงจุดอ่อนของตัวเองเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน พวกเขารู้ว่าจำเป็นต้องรับรู้และก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ถ้าพวกเขาต้องการท้าทายขีดจำกัดของความยิ่งใหญ่ เพราะหากเราเอาแต่คิดว่าเราจะต้องปราศจากความผิดพลาด มันก็จะทำให้เรามองไม่เห็นจุดบอดอะไรเลย 

ดังนั้นอย่ากลัวที่จะผิดพลาด ไม่รู้สึกผิดที่ไม่มั่นใจ อย่าคิดในแง่ร้ายเมื่อมองตัวเองว่าดีไม่พอ ผลลัพธ์ที่ผ่านมาและความสัมพันธ์ที่งอกงาม จะเป็นตัวพิสูจน์อย่างดี

อ้างอิง

Grant, A. (2021). Think Again: The Power of Knowing What You Don't Know. NY: Viking.

Mancuso, E., & Newman, B. (2020). Intellectual Humility in the Sociopolitical domain. Self and Identity 19(9):1-28. https://doi.org/10.1080/15298868.2020.1714711.

Tussing, D. (2018). Hesitant at the Helm: The Effectiveness-Emergence Paradox of Reluctance to Lead. https://repository.upenn.edu/cgi/viewcontent.cgi?article=4674&context=edissertations.

ความคิดเห็น