อดีตยังอยู่ในที่ของมัน ความทรงจำยังคงอยู่ แต่คนที่กลับไปยืนตรงนั้นไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว

ความทรงจำนั้นยังอยู่ แต่เราไม่ถูกมันกลืนกลับเข้าไปอีกแล้ว

            บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจากบทความ “วิเคราะห์จิตใจ Batman: การเยียวยาไม่จำเป็นต้องหมายถึงการลืมบาดแผล” ที่ผมเคยเขียนไว้ และจากลูกศิษย์กลุ่มหนึ่งที่ชอบซักถาม ท้าทาย หยอกล้อ และกล้าเป็นตัวของตัวเองเสมอเวลาพูดคุยกับผม จนวันหนึ่งบทสนทนาเล็ก ๆ ก็ทำให้ผมหวนกลับไปนึกถึงเหตุการณ์หลายอย่างในอดีต

            แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสได้อย่างชัดเจน ทั้งที่ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน คือ “ผมไม่ค่อยรู้สึกทุกข์อีกต่อไป”

            ความทรงจำมันยังอยู่ของมัน ผมยังจำได้ว่าอะไรเคยเกิดขึ้น ใครเคยทำอะไรกับผม หรือในช่วงเวลานั้นผมเคยรู้สึกอย่างไร บางเรื่องยังมีรายละเอียดชัดเจนเสียด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่หายไปคือความรู้สึกว่าผมต้องกลับไปแก้ไขมัน ต้องโกรธ ต้องเสียใจ หรือจำเป็นต้องถามซ้ำ ๆ ว่า “ทำไมเรื่องนั้นถึงต้องเกิดขึ้นกับผม”

            ผมเพียงมองมัน และรับรู้ว่า “อ๋อ...ครั้งหนึ่งชีวิตของผมเคยเป็นแบบนั้น...และมันผ่านไปแล้ว”

ยังจำมันได้ทั้งหมด แต่มันไม่เจ็บแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว

            สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้กลายเป็นเรื่องดี ความเจ็บปวดในวันนั้นก็ไม่ได้ถูกลบออกจากประวัติศาสตร์ เพียงแต่มันไม่ได้เดินทางข้ามเวลามาควบคุมความรู้สึกของผมในวันนี้เหมือนเมื่อกับที่ครั้งหนึ่งมันเคยทำงานอย่างรุนแรงอย่างมาก "มากเสียจนไม่อยากหลับตาลง"

            สิ่งนี้ทำให้ผมเริ่มเข้าใจว่าคำว่า "เยียวยา" ไม่ใช่การที่เราลืมเหตุการณ์ทั้งหมด หรือสามารถเล่าเรื่องที่เคยเจ็บปวดโดยไม่มีความรู้สึกใด ๆ หลงเหลืออยู่

            จากการตกผลึกของผม การเยียวยาอาจเรียบง่ายกว่านั้น มันคงจะเป็นวันที่เราสามารถนึกถึงเรื่องเดิม ฟังเพลงเดิม ดูหนังเรื่องเดิม หรือแม้แต่กลับไปยืนอยู่ในสถานที่เดิม แล้วพบว่า ความทรงจำนั้นยังอยู่ แต่เราไม่ถูกมันกลืนกลับเข้าไปอีกแล้ว

            ผมอาจยังรู้สึกคิดถึง และคงเศร้าไปตลอด อาจเสียดายบางอย่าง หรือแม้กระทั่งเบื่อหน่ายเมื่อมองย้อนกลับไป แต่ทั้งหมดนั้นสามารถเกิดขึ้นพร้อมกับความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งได้ คือ "ความภูมิใจ"

            ภูมิใจที่ตัวเราในวันนั้น แม้จะไม่รู้เลยว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างไร ก็ยังใช้ชีวิตต่อมาได้จนถึงวันนี้ และทั้งหมดนี้ก็ทำให้ผมเข้าใจจริง ๆ ว่า อดีตไม่จำเป็นต้องหายไป เพื่อให้เรามีชีวิตที่ดีในปัจจุบัน

            มันเพียงต้องกลับไปอยู่ในที่ของมัน เป็นแค่ความทรงจำ เป็นแค่บทเรียน และเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว แต่มันไม่ใช่ผู้ควบคุมชีวิตของเราอีกต่อไป

            จากประสบการณ์ของผม ผมอยากบอกกับผู้อ่านทุกท่าน และลูกศิษย์ที่บังเอิญผ่านมาอ่านว่า  "บางครั้งเราไม่รู้ว่าเราข้ามผ่านอดีตมาได้ไกลแค่ไหน จนกระทั่งวันหนึ่งเราก้าวกลับไปยืนตรงที่เดิม แล้วพบว่า

อดีตยังอยู่ในที่ของมัน ความทรงจำยังคงอยู่ แต่คนที่กลับไปยืนตรงนั้น ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว"

ความคิดเห็น