ก่อนจะช่วยใครรับมือกับปัญหา เราควรพยายามเข้าใจก่อนว่า ปัญหานั้นมีความหมายต่อเขาอย่างไร
ผมขอสารภาพว่า เมื่อเป็นครูประจำชั้นครั้งแรก และพบเจอกับเรื่องราวของนักเรียนมากมาย จนผมมีคำถามอยู่ในใจว่า “ทำไมต้องเสียใจหรือหงุดหงิดกับเรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ด้วย”
ส่วนหนึ่งนักเรียนแต่ละคนต่างมีเรื่องกลุ้มใจไม่เหมือนกัน และในมุมมองของผมตอนนั้น หลายปัญหาดูเล็กน้อยเสียจนผมไม่เข้าใจว่า เหตุใดพวกเขาจึงรู้สึกกับมันมากขนาดนั้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ได้ฟังเรื่องราวและเรียนรู้เกี่ยวกับพวกเขามากขึ้น ผมก็ค่อย ๆ ตระหนักว่า เรื่องเล็กในสายตาของเรา อาจเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา ณ เวลานั้นก็ได้
เมื่อเป็นผู้ใหญ่ เราผ่านทั้งความผิดหวัง ความขัดแย้ง และความสูญเสียมาหลายครั้ง จนบางเรื่องกลายเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคย เรารู้ว่าคะแนนครั้งเดียวไม่ได้กำหนดทั้งชีวิต และการทะเลาะกับเพื่อนแบบนี้ จะคลี่คลายได้ในวันพรุ่งนี้แน่นอน
แต่สำหรับเด็กคนหนึ่ง นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เขาพยายามเต็มที่แล้วไม่ได้ผลอย่างที่หวัง หรือเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตนเองไม่เป็นที่ยอมรับ เขายังไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะมั่นใจว่า ความรู้สึกตรงหน้าจะผ่านไปได้อย่างไร
บางทีคำว่า “เรื่องแค่นี้” ของเรา จึงเกิดจากการมองผ่านประสบการณ์ที่เรามี ยิ่งเราเคยก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ เราก็อาจเผลอคาดหวังว่า คนอื่นน่าจะรับมือกับเรื่องที่เรามองว่าเล็กน้อยได้เช่นกัน โดยลืมไปว่า เขายังไม่ได้ผ่านประสบการณ์และมีโอกาสเรียนรู้วิธีรับมือเช่นเดียวกับเรา
ผมมักจะเปรียบความทุกข์กับเกลือที่ถูกเติมลงในบ่อน้ำ เกลือหนึ่งกำมือที่ใส่ลงในบ่อซึ่งมีน้ำมาก ย่อมทำให้เกิดความเค็มต่างจากการใส่ลงในบ่อที่มีน้ำเหลืออยู่เพียงน้อยนิด เช่นเดียวกับเหตุการณ์หนึ่งที่แต่ละคนอาจรับมือได้ต่างกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ กำลังใจ และความช่วยเหลือที่เขามีในวันนั้น
| สำหรับเด็กคนหนึ่ง เขายังไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะมั่นใจว่า ความรู้สึกตรงหน้าจะผ่านไปได้อย่างไร |
และสิ่งที่เรามักมองไม่เห็นก็คือ ก่อนหน้านี้ บ่อของเขามีเกลือสะสมอยู่มากแค่ไหนแล้ว
ความเสียใจจากคะแนนสอบครั้งนี้ อาจจะมาจากความพยายามหลายสัปดาห์และความคาดหวังต่อตัวเองซ่อนอยู่ คำพูดล้อเล่นเพียงประโยคเดียว อาจจะกระทบกับความรู้สึกเขามากกว่าที่เราคิดเอาไว้ เพราะเราเห็นเพียงเกลือกำมือที่เพิ่งถูกเติมลงไป โดยไม่รู้ว่าในบ่อนั้นมีอะไรอยู่ก่อนแล้วบ้าง
แม้แต่ตัวเราเองก็เช่นกัน บางวันเราหัวเราะให้กับความผิดพลาดได้ แต่บางวันเรื่องเดียวกันกลับทำให้เราร้องไห้หรือซึมไปเลยทั้งวัน น้ำในบ่อของเราไม่ได้มีเท่าเดิมทุกวัน การรับมือไม่ไหวในวันนี้จึงไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนอ่อนแอ
การเข้าใจความรู้สึกของนักเรียนไม่ได้หมายความว่า เราต้องเห็นด้วยกับทุกการกระทำของเขา เด็กคนหนึ่งมีสิทธิ์โกรธเมื่อถูกล้อ แต่ยังต้องเรียนรู้ว่าจะจัดการความโกรธอย่างไรโดยไม่ทำร้ายผู้อื่น เราสามารถบอกเขาได้ว่า “ครูเข้าใจว่าคุณเสียใจ แต่การทำแบบนั้นมันไม่ถูกต้อง เรามาช่วยกันคิดดีกว่าว่าครั้งหน้าคุณจะทำอย่างไรได้บ้าง”
สำหรับผม ความสัมพันธ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง ความรักและความเห็นอกเห็นใจสามารถอยู่ร่วมกับการวางขอบเขตได้ เรารับฟังและยอมรับความรู้สึกของเขาได้ โดยไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับทุกการกระทำ พร้อมกับช่วยให้เขาค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะแสดงความรู้สึกโดยไม่ทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น และรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ ด้วยความมั่นใจว่า แม้ในวันที่เขาทำผิดพลาด เขาก็ยังมีคุณค่าและคู่ควรกับความรัก
เมื่อมองย้อนกลับไป ผมจึงอยากเตือนตัวเองให้ชะลอการตัดสินลง และอยากชวนทุกท่านลองทำเช่นเดียวกันกับคนรอบตัว ก่อนจะพูดว่า “แค่นี้เอง” เราอาจลองถามว่า “อยากเล่าให้ฟังไหม” แล้วให้เวลาเขาได้พูด โดยไม่รีบนำประสบการณ์ของเราไปวัดว่าเขาควรรู้สึกมากน้อยเพียงใด
เราไม่จำเป็นต้องมีคำตอบให้ทุกปัญหาเสมอไป บางครั้ง การรับฟังอย่างตั้งใจและไม่ทำให้ใครรู้สึกผิดที่เสียใจ ก็มีความหมายมากแล้ว แม้ปัญหาจะยังไม่คลี่คลายในทันที แต่การรู้ว่ามีใครสักคนพยายามเข้าใจ อาจช่วยให้ความหนักในใจเบาลง และทำให้เขามีแรงค่อย ๆ หาทางออกต่อไป
สำหรับผม การเป็นครูประจำชั้นจึงเป็นโอกาสให้ได้เรียนรู้ว่า ก่อนจะช่วยให้นักเรียนรับมือกับปัญหา เราควรพยายามเข้าใจก่อนว่า ปัญหานั้นมีความหมายต่อเขาอย่างไร
การรับฟังอาจเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า “เรื่องนี้ทำให้คุณรู้สึกอย่างไร” หรือ “ส่วนไหนของเรื่องนี้ที่ทำให้คุณเสียใจที่สุด” แล้วเว้นที่ให้เขาได้ตอบ บางคนอาจยังเรียบเรียงความรู้สึกไม่ได้ บางคนอาจต้องเงียบอยู่พักหนึ่ง เราไม่จำเป็นต้องรีบเติมความเงียบนั้นด้วยคำสอนทุกครั้ง
เมื่อเขาพร้อม เราจึงค่อยถามต่อว่า “อยากให้ครูช่วยอย่างไร” หรือ “เราลองคิดกันไหมว่าจะทำอะไรต่อได้บ้าง” แม้ปัญหาจะยังไม่จบลงในบทสนทนาครั้งเดียว แต่อย่างน้อยเขาก็ได้รู้ว่า มีคนพร้อมฟัง และเขาสามารถกลับมาขอความช่วยเหลือได้
เพราะความสัมพันธ์ที่ดี เริ่มต้นได้จากการทำให้ใครสักคนรู้ว่าความรู้สึกของเขามีความหมาย โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าปัญหาของเขาใหญ่พอ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น