คนสวยกลัววันที่ไม่สวย คนเก่งกลัววันที่ทำไม่ได้ คนที่เคยเป็นที่หนึ่งกลัววันที่แพ้ หรือคนที่ถูกมองว่าเข้มแข็งกลัววันที่ตัวเองอ่อนแอ
บทความนี้ผมได้แรงบัลดาลใจจากการอ่านหนังสือเรื่อง Eleanor Oliphant is Completely Fine เขียนโดย เกล ฮันนีแมน (Gail Honeyman) นักเขียนชาวสกอตแลนด์ เป็นหนังสือที่ผมอ่านเป็นครั้งที่สอง
เหตุที่ผมอ่านเล่มนี้อีกรอบ เป็นเพราะในวันที่ 18 กันยายน ผมซื้อหนังสือเล่มนี้ให้เป็นของขวัญนักเรียนตัวแสบของผมคนหนึ่ง ไม่ใช่เพราะนักเรียนคนนี้ชอบอ่านนิยายหรือหนังสืออะไรทั้งสิ้น แต่ซื้อเพราะ "ครูชอบเล่มนี้ เลยซื้อให้" ผมว่าเป็นเหตุผลที่ดีมากเลยนะครับ แม้ตอนนี้มันจะเข้ากองดองเขาเธอแล้วก็ตาม
หนังสือเล่มนี้ตัวเอกคือ เอเลนอร์ โอลิแฟนท์ หญิงสาววัย 29 ปี ที่ทำงานออฟฟิศในเมืองกลาสโกว์ เธอใช้ชีวิตแบบธรรมดา เรียบง่าย เข้าสังคมไม่เก่ง พูดจาขวานผ่าซาก ซึ่งเป็นตัวละครที่คนอ่านสามารถทั้งรัก ไม่เข้าใจ หงุดหงิด สงสาร และค่อย ๆ เปลี่ยนวิธีมองเธอไปพร้อมกับเรื่องได้ หนังสือเล่มนี้จึงเป็นหนังสือที่ผมชอบ
ผมยกตัวอย่างเนื้อหาบางส่วนที่ผมชอบดังนี้นะครับ
"ในสาขาอาชีพส่วนใหญ่ การมีอายุมากขึ้นหมายถึงการเชี่ยวชาญในหน้าที่การงานของคุณยิ่งกว่าเดิม หมายถึงการได้รับความเคารพยกย่องจากความอาวุโสและประสบการณ์ แต่หากงานของคุณขึ้นกับรูปร่างหน้าตาละก็ มันจะเป็นไปในทางตรงข้ามกันเลยทีเดียว ช่างน่าหดหู่อะไรเช่นนี้การต้องทนรับความโหดร้ายของคนขมขื่นที่มีรูปร่างหน้าตาไม่ชวนมอง ซึ่งอิจฉาและขุ่นเคืองในความงามของคุณ ก็คงจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากเช่นกัน คนพวกนั้นช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย คนสวยคนหล่อไม่ได้ขอให้ตัวเองเกิดมาเป็นอย่างนั้นซะหน่อย การเกลียดใครสักคนเพราะเขามีเสน่ห์ดึงดูดใจ ถือว่าไม่ยุติธรรมพอ ๆ กับการไม่ชอบใครสักคนเพราะเขาพิกล พิการนั่นแหละ"
"ฉันไม่รู้สึกอะไรสักนิดเวลาผู้คนมีปฏิกิริยากับใบหน้า กับเนื้อเยื่อแผลเป็นขาวชีดที่พาดอยู่บนแก้มขวาซึ่งไล่จากขมับลงมาถึงคางของฉันเวลาที่ถูกจ้องมอง กระซิบกระซาบ ฉันก็แค่หันหน้าหนีไปทางอื่นเสียก็จบเรื่อง มันช่างน่าปลอบประโลมใจดีแท้เมื่อคิดว่าเขาคนนั้นคงจะเข้าใจความรู้สึกของฉัน เพราะเขาเองก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนต้องเหลียวหลังเช่นกัน แม้จะด้วยเหตุผลที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงก็ตาม"
นี้คือเนื้อหาที่ เอเลนอร์ บ่นพึมพำกับตัวเอง
ย่อหน้าแรกผมมองว่าผู้เขียนจงใจกลับด้านสิ่งที่เราคุ้นเคย ในหลายอาชีพ อายุที่เพิ่มขึ้นอาจหมายถึงประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความน่าเชื่อถือ แต่ถ้าอาชีพผูกติดกับรูปลักษณ์มาก อายุอาจถูกมองว่าเป็นการสูญเสียทุนแทน
ความคิดนี้ค่อนข้างโหด เพราะมันทำให้มนุษย์ต้องต่อสู้กับสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สุดอย่างหนึ่งคือ "เวลา" และประโยคที่บอกว่าการเกลียดคนเพราะเขาสวยก็ไม่ยุติธรรมเช่นเดียวกัน ผมว่ามีจุดมุ่งหมายเพื่อเตือนว่า เราไม่ควรลดคนคนหนึ่งให้เหลือเพียงลักษณะทางกาย ไม่ว่าลักษณะนั้นจะถูกสังคมมองว่าเป็น “ข้อดี” หรือ “ข้อเสีย” ก็ตาม
| มนุษย์ต้องต่อสู้กับสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สุดอย่างหนึ่งคือเวลา ความงดงามไม่เคยคงอยู่ตลอดไป |
ประโยค "เพราะเขาเองก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนต้องเหลียวหลังเช่นกัน แม้จะด้วยเหตุผลที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงก็ตาม" สำหรับผมหมายถึง คนหนึ่งถูกมองเพราะ “สวย” อีกคนถูกมองเพราะ “แผลเป็น” แต่สุดท้ายทั้งคู่มีประสบการณ์ร่วมกันอย่างหนึ่งคือ ถูกมองก่อนที่จะถูกทำความรู้จัก
ในย่อหน้าที่สองน่าสนใจที่สุดสำหรับผม ก็เพราะว่า เอเลนอร์ มีแผลเป็นบนใบหน้า คนจ้องเธอเพราะเธอ แตกต่างจากมาตรฐานความงาม ขณะที่คนสวยอาจถูกคนหันมองเพราะเขา สอดคล้องกับมาตรฐานความงามอย่างมาก
อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วเหตุผลตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง แต่ประสบการณ์บางอย่างคล้ายกันมาก คือ "การถูกมองก่อนที่จะถูกทำความรู้จัก"
คนหนึ่งอาจจะคิดว่า “อย่ามองแต่ความสวยของฉัน ฉันก็มีมากกว่านั้นเหมือนกัน” นี่ทำให้ประโยคท้ายที่ เอเลนอร์ คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเข้าใจเธอ มันมีความหมายลึกมาก เพราะมนุษย์สองคนอาจอยู่คนละปลายของมาตรฐานความงาม แต่กลับมีประสบการณ์ร่วมกันคือถูกสายตาของคนอื่นนิยามก่อนที่จะมีโอกาสนิยามตัวเอง
เมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งทำให้เราได้รับความสนใจ การยอมรับ หรือความรักมากพอ เราอาจค่อย ๆ เชื่อโดยไม่รู้ตัวว่า สิ่งนั้นคือเหตุผลที่เรามีคุณค่า และนับจากวันนั้น สิ่งที่เคยเป็นของขวัญก็อาจกลายเป็นสิ่งที่เราต้องคอยปกป้อง
จากประสบการณ์ของผม แม้แต่สิ่งที่สังคมเรียกว่า “ข้อได้เปรียบ” ก็มีราคาที่ต้องจ่าย ความสวย ความเก่ง คะแนนสูง ชื่อเสียง ความสำเร็จ หรือการเป็น “เด็กเก่ง” ล้วนเป็นสิ่งดีได้ แต่ถ้าวันหนึ่งสิ่งเหล่านี้กลายเป็นคำจำกัดความทั้งหมดของเรา เราก็อาจจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อปกป้องมัน
สิ่งนี้ทำให้ผมนึกถึงเหรียญอีกด้านของความเก่งของนักเรียนผม นักเรียนของผมบางคนเรียนเก่งมาก และได้รับความชื่นชม แต่เมื่อเผชิญกับความผิดพลาด หรือความผิดหวัง ความเศร้าก็บังเกิดขึ้น ทำผมให้ผมคิดว่า "บางครั้งสิ่งที่เราอยากได้มากที่สุด ก็สามารถกลายเป็นสิ่งที่เรากลัวจะสูญเสียมากที่สุดได้เช่นกัน"
เด็กบางคนไม่ได้พูดว่า “ฉันเก่ง” เพียงเพราะภูมิใจ แต่ลึกลงไปอาจมีคำถามอีกประโยคหนึ่งซ่อนอยู่คือ “ถ้าวันหนึ่งฉันไม่เก่งแล้ว ฉันจะยังมีอะไรเหลืออยู่”
ความเก่งกลายเป็นส่วนสำคัญของตัวตน เขาจึงต้องคอยปกป้องมัน การพูดถึงคะแนน รางวัล ความสามารถ หรือเปรียบเทียบว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น จึงทำหน้าที่คล้ายการยืนยันกับทั้งคนอื่นและตัวเองว่า “ฉันยังเป็นคนเก่งอยู่นะ”
คนสวยกลัววันที่ไม่สวย คนเก่งกลัววันที่ทำไม่ได้ คนที่เคยเป็นที่หนึ่งกลัววันที่แพ้ หรือคนที่ถูกมองว่าเข้มแข็งกลัววันที่ตัวเองอ่อนแอ
ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่การมีความงามหรือความสามารถ แต่คือ เมื่อเราค่อย ๆ เชื่อว่า “ฉันมีคุณค่าเพราะสิ่งนี้ เราอยากให้คนรักเรา เพราะสิ่งที่เรามี หรือเพราะคนที่เราเป็น”
อ้างอิง
Honeyman, G. (2017). Eleanor Oliphant is completely fine. Pamela Dorman Books/Viking.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น