เราสามารถพูดกับตัวเองได้อย่างสบายใจว่า “ฉันสามารถเก่งมากในบางเรื่อง และแย่มากในอีกบางเรื่องพร้อมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกขัดแย้งกับตัวเอง”
ถ้าพูดถึงซูเปอร์ฮีโร่ที่แข็งแกร่งอันดับต้น ๆ ผมจะนึกถึงซูเปอร์แมน (Superman) เป็นอันดับแรก เขาคือซูเปอร์ฮีโร่ผู้มีพลังเหนือมนุษย์จากค่าย DC Comics ซึ่งแท้จริงแล้วคือ คลาร์ก เคนต์ (Clark Kent) หรือชื่อเกิดบนดาวคริปทอนว่า คัล-เอล (Kal-El) เขาถูกส่งมายังโลกโดยพ่อแม่ก่อนดาวบ้านเกิดจะระเบิด และเติบโตในรัฐแคนซัส
ร่างกายของเขาดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์ทำให้มีความแข็งแกร่งทนทานชนิดที่ปืนยิงไม่เข้า ความสามารถในการบินด้วยความเร็วสูงกว่าเสียง พลังการมองเห็นทะลุสิ่งของและมองเห็นในระยะไกล รวมถึงการปล่อยลำแสงความร้อนจากดวงตา และลมหายใจเย็นจัดเพื่อดับไฟหรือแช่แข็งวัตถุ
เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบทุกอย่าง แต่ซูเปอร์แมนก็มีจุดอ่อนอย่างหนึ่งคือ คริปโตไนท์ (Kryptonite) เป็นแร่ธาตุจากดาวคริปทอน โดยเฉพาะสีเขียว ซึ่งรังสีของมันจะทำให้ซูเปอร์แมนอ่อนแรง เจ็บปวด และอาจถึงตายได้หากได้รับเป็นเวลานาน
ผมยกซูเปอร์แมนมาเป็นตัวอย่างเพื่อแสดงให้เห็นถึง "ความไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์" แม้แต่มนุษย์ที่บินได้ แข็งแกร่ง มองเห็นทะลุสิ่งของ ปล่อยลำแสงความร้อนจากดวงตา และลมหายใจเย็นจัด ก็ยังมีจุดอ่อนชนิดที่ทำให้ร่างกายเจ็บปวดจนแทบสลายไป
ผมเป็นคนที่ถนัดเพียงบางเรื่อง แต่ในขณะเดียวกันก็มีอีกหลายอย่างที่ไม่ถนัดเลย ไม่ว่าจะเป็นการเย็บผ้า การทำอาหาร คณิตศาสตร์ หรือเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย นักเรียนของผมมักหยอกล้อผมในเรื่องเหล่านี้อยู่เสมอ และผมก็มักตอบกลับไปอย่างขำ ๆ ว่า
“แม้แต่ซูเปอร์แมนก็ยังมีจุดอ่อน เช่นเดียวกับครู”
แม้จะเป็นเพียงคำพูดเล่น ๆ ระหว่างครูกับนักเรียน แต่ผมกลับคิดว่ามันแฝงสัจธรรมสำคัญของชีวิตเอาไว้ เพราะไม่ว่าใครจะแข็งแกร่ง เก่ง หรือประสบความสำเร็จเพียงใด ก็ยังมีบางด้านที่ไม่ถนัด มีบางเรื่องที่ทำไม่ได้ และมีบางจุดที่เปราะบางอยู่เสมอ
การมีจุดอ่อนจึงไม่ได้หมายความว่าเรา “ยังไม่ดีพอ” แต่หมายความว่าเราเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีทั้งสิ่งที่ทำได้ดีและสิ่งที่ยังทำไม่ได้อยู่พร้อมกัน
ความคิดนี้ทำให้ผมนึกถึง อคิลลีส (Achilles) วีรบุรุษผู้แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งในตำนานกรีก แต่แม้เขาจะดูแทบไร้เทียมทาน ก็ยังมีจุดเปราะบางที่ข้อเท้า จนคำว่า “Achilles’ heel” (ส้นเท้าของอคิลลีส) กลายเป็นสำนวนที่ใช้เรียกจุดอ่อนของคนที่ดูแข็งแกร่งมากในด้านอื่น ๆ
| ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แม้แต่ ซูเปอร์แมน (Superman) และ อคิลลีส (Achilles) ก็ยังมีจุดอ่อน |
อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าเราควรจะปล่อยวางจุดอ่อนทุกจุด เพียงแต่จะต้องพิจารณาลักษณะของจุดอ่อนบางอย่าง บางอย่างจำเป็นต่อชีวิตหรือเป้าหมาย บางอย่างควรพัฒนาให้เพียงพอ
บางอย่าง ชดเชยได้ โดยใช้เครื่องมือ ขอความช่วยเหลือ หรือทำงานร่วมกับคนที่เก่งกว่า
แต่บางอย่างก็ไม่ได้สำคัญต่อเส้นทางของเราเลย ยอมรับได้ว่า “ฉันไม่เก่งเรื่องนี้” แล้วไม่ต้องเสียชีวิตไปกับการแก้มัน
ยกตัวอย่างเช่น การทำอาหาร เย็บผ้า หรือคณิตศาสตร์ เป็นสิ่งที่ "Nice to have" มีก็ดี ไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่บางอย่างที่จำเป็น ก็สามารถฝึกฝนพัฒนาเพื่อข้ามผ่านมันไปให้ได้
สมัยที่ผมเรียนปริญญาโท สถิติเป็นวิชาเดียวที่ผมได้ B+ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ผมถนัดน้อยมากที่สุด ดังนั้นการทำวิจัยของผมจึงเน้นฝึกฝนเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพื่อพัฒนาทักษะด้านนี้ให้มากขึ้น ผลสุดท้ายก็เอาชนะได้ (แต่ก็มีหลายเรื่องที่ผมแย่มาก แล้วก็ปล่อยวาง ไม่สนใจ)
สำหรับบางเรื่อง ผมเลือกที่จะพัฒนา แต่สำหรับบางเรื่อง ผมก็เลือกที่จะปล่อยวาง เพราะชีวิตของเรามีทั้งเวลา พลังงาน และความสนใจที่จำกัด เราไม่ได้อยู่บนโลกนี้นานพอที่จะทำทุกอย่างให้ดีหมด การรู้ว่าอะไรสำคัญกับชีวิตของเรา อะไรควรทุ่มเท และอะไรสามารถยอมรับได้ว่า “ฉันไม่เก่งเรื่องนี้” จึงเป็นทักษะที่สำคัญไม่แพ้การพัฒนาตนเอง
ผมไม่ได้ต้องการเป็นคนสมบูรณ์แบบ และในความเป็นจริงก็ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แม้แต่คนที่เป็น Perfectionist ก็ไม่ได้พยายามทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบในทุกด้านเสมอไป แต่หลายครั้งเขาหรือเธอแค่หมกมุ่นอย่างมากกับเรื่องที่ตนเองให้คุณค่า หรือเรื่องที่ถูกนำไปผูกกับคุณค่าของตนเอง เช่น การเรียน การทำงาน รูปลักษณ์ หรือการได้รับการยอมรับจากผู้อื่น
ผมจึงคิดว่าเราสามารถพูดกับตัวเองได้อย่างสบายใจว่า “ฉันสามารถเก่งมากในบางเรื่อง และแย่มากในอีกบางเรื่องพร้อมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกขัดแย้งกับตัวเอง”
การเติบโตไม่ได้หมายถึงการกำจัดจุดอ่อนทุกอย่างออกจากชีวิต แต่คือการรู้จักแยกให้ออกว่า อะไรควรพัฒนา อะไรควรหาวิธีชดเชย และอะไรควรยอมรับแล้วปล่อยให้มันเป็นไป เพราะไม่ใช่ทุกจุดอ่อนจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข และไม่ใช่ทุกความไม่ถนัดจะลดทอนคุณค่าของเรา
บางครั้ง การพยายามแก้ไขตัวเองทุกด้านย่อมทำให้เราเสียเวลาไปกับการเป็นคนที่ “พอใช้ได้ทุกอย่าง” จนไม่มีโอกาสได้พัฒนาสิ่งที่เราอาจทำได้ดีจริง ๆ
ชีวิตจึงไม่ได้ถามว่าเราจะแก้ทุกจุดอ่อนได้หรือไม่ แต่ถามว่า เรารู้หรือยังว่าอะไรควรค่าแก่การใช้ชีวิตอันจำกัดนี้ไปกับมัน
Hi
ตอบลบ