ความฉลาดและความเก่งไม่ใช่ตัวชี้วัดความเป็นมนุษย์เท่ากับการมีน้ำใจและการเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น
ในวัยเด็ก ผมเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่แตกแยก แม่เป็นผู้ป่วยทางจิตและผมเป็นลูกคนเดียว ต้องเรียนรู้และทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ความพ่ายแพ้และความกลัวเป็นเพื่อนคู่ใจ ผมไม่เก่งและมักหนีปัญหา แต่การเติบโตและเอาชนะในบางสนามแข่งขันทำให้ผมกลัวที่จะพ่ายแพ้อีก
ความขัดแย้งในจิตใจเกิดขึ้น ผมต้องการชัยชนะและต้องการกำจัดคู่แข่ง แต่ลึกๆ แล้ว มโนธรรมและ จิตสำนึกผลักดันให้ผมช่วยเหลือและมีน้ำใจแม้ในสถานการณ์ที่แข่งขันอย่างดุเดือดก็ตาม ผมเคยคิดว่าตัวเองอ่อนแอ แต่เมื่อโตขึ้น ผมจึงตระหนักว่าเมตตาช่วยเติมเต็มชีวิตและสร้างความหมาย
การทำงานเป็นครูการศึกษาพิเศษยิ่งทำให้ผมเห็นความสำคัญของความเมตตาในทุกความสัมพันธ์ ผมอยากสร้างพื้นที่ที่มีน้ำใจและเมตตา เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะกับนักเรียนหรือเพื่อนร่วมงาน
ความเมตตาในสนามแข่งขันไม่เพียงแค่ทำให้เรารู้สึกดี แต่ยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีและความสำเร็จในระยะยาว ความเมตตาและการช่วยเหลือผู้อื่นเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสังคมที่สงบสุขและมีความหมาย ผมหวังว่าประสบการณ์และความรู้ที่แบ่งปันในบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านทุกท่านได้เข้าใจและเห็นคุณค่าของความเมตตาในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นในสถานการณ์การแข่งขันหรือในความสัมพันธ์ทุก ๆ ด้าน
ความเมตตาท่ามกลางสนามแข่งขัน
ความเมตตาท่ามกลางสนามแข่งขันหมายถึงการรักษาความใจดี ความเห็นอกเห็นใจ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แม้ในสถานการณ์ที่ต้องแข่งขันกันเพื่อเอาชนะ การแสดงความเมตตานี้แสดงถึงความเป็นมนุษย์ที่แท้จริงและการให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เพราะมิตรภาพหรือความสัมพันธ์ทำให้ชีวิตของพวกเรามีความหมายและมีคุณค่า อีกทั้ง การแสดงความเมตตาทำให้ผู้คนรู้สึกว่าได้รับการดูแลและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น
มิตรภาพหรือความสัมพันธ์ทำให้ชีวิตของพวกเรามีความหมายและมีคุณค่า |
การรักษาความเมตตาท่ามกลางสนามแข่งขันไม่เพียงแต่ส่งเสริมการเติบโตส่วนบุคคล แต่ยังสร้างสังคมที่มีความเข้าใจและสนับสนุนกันอย่างยั่งยืน การมีน้ำใจในช่วงการแข่งขันช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้แข่งขันและลดความเครียด การแสดงความเมตตาช่วยให้เรามีความสุขและพึงพอใจในชีวิต
หลักการเมตตากรุณาในพุทธศาสนา
พุทธศาสนาสอนว่า ความเมตตาและการมีน้ำใจต่อผู้อื่นเป็นรากฐานของการมีชีวิตที่สงบสุขและเจริญรุ่งเรือง การแสดงเมตตาไม่เพียงแต่ทำให้เรารู้สึกดี แต่ยังส่งผลดีต่อผู้อื่นด้วย
ในหนังสือทำเต็มที่ แต่ไม่ซีเรียส ที่เขียนโดยพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ท่านได้อธิบายว่า “ปกติเวลาแข่งขันกัน เรามักจะนึกถึงแต่ตัวเองว่าทำอย่างไรจะเป็นผู้ชนะ เรานึกถึงตัวเองจนลืมนึกถึงคนอื่น ถึงแม้จะแข่งขันกัน แต่ก็อย่าให้น้ำใจหดหายไป ถึงแม้จะแข่งขันกันเราก็สามารถมีน้ำใจต่อกันได้”
ท่านยังกล่าวต่ออีกว่า “อย่าให้การแข่งขันทำลาย น้ำใจหรือความเป็นมนุษย์ของเรา ความเป็นมนุษย์นั้นไม่ได้อยู่ที่ความฉลาด แต่อยู่ที่เมตตาหรือความมีน้ำใจต่อ กันเป็นสำคัญ ฉลาดหรือเก่งแต่ไร้น้ำใจก็ยังเรียกว่าเป็นมนุษย์ไม่ได้ แต่ถ้ามีน้ำใจถึงจะโง่และไม่เก่ง ก็ยังมีความเป็นมนุษย์เต็มเปี่ยม”
ในสภาวะการแข่งขัน มนุษย์มักมุ่งเน้นที่การเอาชนะและประสบความสำเร็จส่วนตัว ซึ่งอาจทำให้เราลืมคำนึงถึงผู้อื่น การมีน้ำใจและความเมตตาในช่วงเวลาเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาความเป็นมนุษย์ แต่ยังเป็นการส่งเสริมความสุขและความพึงพอใจในตนเอง
จากมุมมองทางจิตวิทยา ความเมตตาช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ลดความเครียด และส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี การวิจัยทางจิตวิทยาพบว่าการช่วยเหลือผู้อื่นและการแสดงน้ำใจนำมาซึ่งความสุขและความรู้สึกพึงพอใจที่ยั่งยืน ซึ่งในมุมมองดังกล่าวยังสอดคล้องกับมุมมองทางพุทธจิตวิทยา ที่อธิบายว่าหลักการเมตตากรุณาเป็นรากฐานสำคัญของการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขและสงบสุข นอกจากนั้นการมีเมตตาต่อกันเป็นการสร้างสมดุลทางจิตใจและส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองทั้งในชีวิตปัจจุบันและอนาคต
ดังนั้น แม้ในช่วงเวลาของการแข่งขัน การรักษาความเมตตาและน้ำใจต่อผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญ ความฉลาดและความเก่งไม่ใช่ตัวชี้วัดความเป็นมนุษย์เท่ากับการมีน้ำใจและการเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น การรักษาความเมตตาช่วยให้เรามีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง ทำให้เราสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสันติสุขและมีความหมาย
การที่เราอยู่ในสังคมอย่างแสนสุขและมีความหมายอาจเป็นเป้าหมายชีวิตที่สำคัญของการเป็นมนุษย์ ทรัพย์สินเงินทองของนอกกายอาจไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริง เพราะสิ่งเหล่านั้นได้มาแล้วก็หมดไป หรือไม่ตายก็หาใหม่ แต่การมีสุขภาพจิตที่ดี ความสัมพันธ์ที่ดี มีสังคมที่มีคุณภาพ ทำให้เรามีความสุขได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งการมีน้ำใจทำให้เรามีทักษะการเป็นผู้นำและความมั่นใจมากขึ้น
ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการประสบความสำเร็จที่ยั่งยืน
อ้างอิง
ไพศาล วิสาโล. (2015). ทำเต็มที่ แต่ไม่ซีเรียส. นนทบุรี: สำนักพิมพ์ปราณ.
Brown, S. L., Nesse, R. M., Vinokur, A. D., & Smith, D. M. (2003). Providing social support may be more beneficial than receiving it: Results from a prospective study of mortality. Psychological Science, 14(4), 320-327.
Cacioppo, J. T., & Patrick, W. (2008). Loneliness: Human Nature and the Need for Social Connection. W.W. Norton & Company.
Dunn, E. W., Aknin, L. B., & Norton, M. I. (2008). Spending money on others promotes happiness. Science, 319(5870), 1687-1688.
Grant, A. M., & Gino, F. (2010). A little thanks goes a long way: Explaining why gratitude expressions motivate prosocial behavior. Journal of Personality and Social Psychology, 98(6), 946-955.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น