ทักษะฟื้นตัว (Resilience) ทักษะที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 21 เพื่อเอาชนะอุปสรรคในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

ทักษะฟื้นตัวไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการเอาตัวรอดจากความทุกข์ทรมานและการสูญเสีย

            อับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln) ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในบุคคลที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาเป็นผู้นำที่สามารถพาประเทศผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากของสงครามกลางเมืองและนำการยกเลิกทาส ประวัติของลินคอล์นไม่ได้เด่นเพียงแค่มีความสามารถในการนำพาประเทศในยามวิกฤตเท่านั้น แต่เขายังมีทักษะการฟื้นตัวที่ยอดเยี่ยมที่ทำให้เขาสามารถเอาชนะอุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ ที่พบเจอได้อย่างต่อเนื่อง

            ลินคอล์นพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งหลายครั้ง รวมถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติของรัฐในปี ค.ศ. 1832 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี ค.ศ. 1843 และการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในปี ค.ศ. 1855 แม้ว่าจะเจอความล้มเหลวหลายครั้ง แต่ลินคอล์นไม่เคยยอมแพ้และยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนในชาติ

            การฟื้นตัวของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่การฟื้นจากความล้มเหลวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเรียนรู้และพัฒนาตนเองจากความผิดพลาด และพร้อมที่จะปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ความสามารถในการฟื้นตัวของลินคอล์นทำให้เขาสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและในที่สุดได้เป็นประธานาธิบดีในปี 1860 จนนำมาสู่ชัยชนะและสามารถยุติสงครามกลางเมืองและเลิกทาสในสหรัฐอเมริกา

            ในศตวรรษที่ 21 ทักษะการฟื้นตัว (Resilience) ถือเป็นทักษะที่สำคัญที่สุด เนื่องจากยุคสมัยนี้เต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้นที่ผลักให้เราต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย ทักษะการฟื้นตัวนี้หมายถึงความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเมื่อพบเจอปัญหาหรือความท้าทาย และลุกขึ้นมาเพื่อปรับตัวและพัฒนาไปสู่ความสำเร็จ

ทักษะการฟื้นตัว (Resilience)

            ทักษะการฟื้นตัวมีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สภาพแวดล้อมที่กดดันให้เราต้องทำในสิ่งที่เป็นผลร้ายต่อเรา เช่น การบริโภคมากเกินไป โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคซึมเศร้า หรือปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ เป็นสิ่งที่เกิดมากขึ้นในยุคสมัยนี้ การที่เราต้องล้มลงจึงกลายเป็นเรื่องปกติ แต่การที่เราสามารถฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า

            ในหนังสือ Ultimate Skills ทักษะจำเป็นแห่งอนาคต ผู้เขียน รวิส แสนอุตสาหะ ได้เล่าถึงทักษะการฟื้นตัว (Resilience) คือ ความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเมื่อพบเจอปัญหาหรือความท้าทาย และลุกขึ้นมาเพื่อปรับตัวและพัฒนาไปสู่ความสำเร็จ หลายครั้งทักษะการฟื้นตัวถูกยกย่องให้เป็น ปัจจัยสำคัญที่บ่งชี้ว่าเราจะ "สำเร็จ" หรือ "ล้มเหลว" ในชีวิตเลยด้วยซ้ำ เพราะคนที่ฟื้นตัวเร็วก็ก้าวต่อไปได้ ไม่ว่าจะเจอปัญหาในชีวิต การทำงานหรือความสัมพันธ์ ส่วนคนที่ล้มแล้วยังนั่งอยู่อย่างนั้นก็คงหยุดอยู่กับที่ไม่ได้ก้าวไปไหนเช่นเดิม 

ทักษะการฟื้นหมายถึงความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเมื่อพบเจอปัญหาหรือความท้าทาย

            คุณรวิสยังอธิบายเพิ่มเติมถึง องค์กรอย่าง McKinsey ที่กล่าวว่า องค์กรที่เชี่ยวชาญในทักษะการฟื้นตัวอย่างแท้จริงจะเติบโตอย่างงดงามภายใต้สภาพแวดล้อมอันโหดร้ายการศึกษาของ McKinsey ด้านวิกฤตการเงินในปี 2007-2008 พบว่าองค์กรที่ฟื้นตัวเก่งนั้นใช้โอกาสนี้ในการแสดงศักยภาพและแซงคู่แข่งในตลาดไปได้ไกล 

            นอกจากองค์กรแล้วในตัวบุคคลก็เช่นเดียวกัน งานวิจัยจาก Frontiers in Psychology ในปี 2023 สำรวจปัจจัยที่มีผลต่อการยืดหยุ่นต่อภาวะซึมเศร้า โดยวิเคราะห์ปัจจัยทางสังคม ชีวภาพ และจิตใจ ที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการฟื้นตัวจากภาวะซึมเศร้า และพบว่าปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการฟื้นตัวหรือยืดหยุ่นต่อภาวะซึมเศร้าคือ

            1) สไตล์การคิดในแง่บวก การคิดในแง่บวกเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางจิตใจ ผู้ที่มีแนวคิดเชิงบวกมักมีแนวโน้มที่จะมองหาวิธีแก้ไขปัญหาและหาทางออกที่ดีขึ้นในการเผชิญกับความท้าทายและอุปสรรคต่าง ๆ

            2) อารมณ์ที่ดี ช่วยส่งเสริมความยืดหยุ่นทางจิตใจ การมีอารมณ์ที่มั่นคงและความสามารถในการรักษาความสุขในชีวิตประจำวันเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันและฟื้นตัวจากภาวะซึมเศร้า

            3) การปรับตัวทางพฤติกรรม หมายถึงความสามารถในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์ การปรับตัวนี้รวมถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการคิด การจัดการกับความเครียด และการใช้ทักษะการเผชิญปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

            4) การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอย่างมีคุณภาพ การมีความสัมพันธ์ที่ดีและการสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อนเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางจิตใจ การมีเครือข่ายสนับสนุนทางสังคมช่วยให้บุคคลมีแรงจูงใจและพลังในการฟื้นตัวจากภาวะซึมเศร้า

            5) พื้นฐานทางประสาท (Neural Foundation) การวิจัยพบว่าความยืดหยุ่นทางจิตใจอาจเกี่ยวข้องกับโครงสร้างและการทำงานของสมองบางส่วน ซึ่งรวมถึงการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจ การเสริมสร้างสุขภาพสมองผ่านการออกกำลังกาย การฝึกสมาธิ และการนอนหลับที่เพียงพอสามารถช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางจิตใจได้

            สิ่งสำคัญก็คือการเสริมสร้างทักษะฟื้นฟูเป็นกระบวนการที่ต้องการการฝึกฝนและการดูแลตนเองอย่างต่อเนื่อง การใช้ปัจจัยเหล่านี้ในการดูแลจิตใจจะช่วยให้เราสามารถฟื้นตัวจากภาวะซึมเศร้าและความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            ลูซี โฮน (Lucy Hone) เป็นนักจิตวิทยาและนักวิจัยด้านความยืดหยุ่นทางจิตใจหรือทักษะฟื้นตัว (Resilience) ที่มีชื่อเสียง เธอมีประสบการณ์การศึกษาและให้บทเรียนเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางจิตใจแก่เหยื่อสงครามและผู้ประสบภัย เพื่อช่วยให้พวกเขาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปเมื่อเธอต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อลูกสาวและเพื่อนสนิทของเธอเสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์พร้อมกัน

            ความสูญเสียครั้งนี้ทำให้ ลูซี โฮน ต้องใช้ความรู้และทักษะฟื้นฟูที่เธอได้ศึกษาและสอนมาเพื่อนำพาตัวเองผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้น การที่เธอเคยเป็นผู้ให้คำปรึกษาและนักวิจัยมาโดยตลอด แต่ในวันที่เธอเป็นผู้เคราะห์ร้ายเอง เธอได้เรียนรู้ว่าทักษะฟื้นตัวไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการเอาตัวรอดจากความทุกข์ทรมานและการสูญเสีย

            ลูซี โฮน ได้แบ่งปันประสบการณ์และบทเรียนการฟื้นตัวของเธอผ่านการพูดและการเขียนหนังสือ ซึ่งให้ความสำคัญต่อความสามารถในการฟื้นตัวเพื่อเอาชนะความท้าทายและอุปสรรคในชีวิต เธอแบ่งปันเคล็ดลับ 3 ประการในการฟื้นตัวทางจิตใจในหนังสือของเธอและในการบรรยาย TEDx ของเธอ 

เคล็ดลับ 3 ประการในการฟื้นตัวทางจิตใจ

            1) เข้าใจธรรมชาติของชีวิต คนที่มีทักษะการฟื้นตัวเก่งจะเข้าใจว่าความเจ็บปวด การสูญเสีย และความยากลำบากเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ความเข้าใจนี้ช่วยลดความรู้สึกเชิงลบ เช่น "ทำไมเราถึงโชคร้าย" หรือ "ทำไมต้องเป็นเราด้วย" แม้จะดูง่ายแต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด ในยุคที่ผู้คนแชร์ความสำเร็จและเรื่องดี ๆ บนโลกออนไลน์ เรามักมองว่าคนอื่น "ชีวิตดี" ในขณะที่เรา "โชคร้าย" แต่ในความจริง ทุกคนต้องเผชิญกับความยากลำบากในชีวิตเช่นกัน

            2) ให้ความสนใจกับบางเรื่องเท่านั้น เธอแนะนำให้เลิกหมกมุ่นกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น ความคิดเห็นของผู้อื่น และหันมาโฟกัสกับสิ่งที่เราควบคุมได้แทน เช่น การกระทำของผู้อื่น คนที่ฟื้นตัวเก่งจะยอมรับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมและหันมาโฟกัสกับสิ่งที่ควบคุมได้ เช่น เรื่องดีๆ ในชีวิต 

            ลูซีเล่าว่า หลังจากสูญเสียลูกสาว เธอพยายามยืนหยัดเพราะยังมีลูกชายอีกสองคนที่ต้องการเธอ การเลือกให้ความสนใจในสิ่งที่มีอยู่แทนสิ่งที่สูญเสียไปเป็นสิ่งสำคัญ เธอเตือนสติผู้ฟังว่า "อย่าเสียสิ่งที่คุณมีอยู่ให้กับสิ่งที่คุณเสียไปแล้ว"

            3) ถามตัวเองว่าสิ่งที่ทำอยู่ดีต่อเราหรือไม่ เธอแนะนำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า การกระทำหรือความคิดที่เราทำอยู่นั้นช่วยให้เราดีขึ้นหรือทำให้เรารู้สึกแย่ลง การตอบคำถามนี้จะช่วยให้เราตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่ดีและหันมาทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเรา

            ลูซีเล่าว่าเมื่อเธอดูรูปของลูกสาวซ้ำๆ จนทำให้เศร้าหนักกว่าเดิม เธอต้องถามตัวเองว่า "สิ่งที่ทำอยู่นี้ดีต่อเราหรือไม่" เมื่อได้คำตอบ เธอจึงเก็บรูปไว้แล้วไปพักผ่อน การถามตัวเองแบบนี้ช่วยให้เรารู้ว่าการทำบางอย่างอาจทำให้เราแย่กว่าเดิม และต้องหาทางเยียวยาตนเองให้ดีขึ้น

            เราจะต้องไม่ลืมว่าทักษะการฟื้นตัวไม่ใช่สิ่งที่เรามีตั้งแต่เกิด แต่เป็นสิ่งที่เราพัฒนาได้ เคล็ดลับเหล่านี้ไม่สามารถทำให้ปัญหาหายไปในทันที แต่ช่วยให้เรามีมุมมองใหม่ในการรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น กล่าวคือจัดการกับตนเองเมื่อเผชิญกับปัญหาได้ดีมากยิ่งขึ้น

            การฟื้นตัวของ อับราฮัม ลินคอล์น จากความล้มเหลวทางการเมืองหลายครั้งจนกระทั่งได้เป็นประธานาธิบดีในปี 1860 แสดงถึงความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของลูซี โฮน ในการเสริมสร้างทักษะฟื้นตัวที่เน้นการคิดในแง่บวก การปรับตัวทางพฤติกรรม และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี 

            งานวิจัยจาก Frontiers in Psychology (2023) สนับสนุนแนวคิดเหล่านี้โดยชี้ให้เห็นว่าการมองโลกในแง่ดี การควบคุมสิ่งที่ควบคุมได้ และการตั้งคำถามกับตัวเองเพื่อปรับปรุงพฤติกรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นตัวจากภาวะซึมเศร้าและความเครียด ดังนั้น การเรียนรู้และนำทักษะการฟื้นตัวมาใช้สามารถช่วยให้เราก้าวข้ามอุปสรรคและประสบความสำเร็จได้ในชีวิตประจำวัน

            ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงมองว่าทักษะฟื้นตัวเป็นทักษะที่สำคัญมากที่สุดในบรรดาทักษะในศตวรรษที่ 21 หวังว่าในบทความนี้ผมจะโน้มน้าวใจผู้อ่านให้คิดเหมือนผมไม่สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามทักษะในศตวรรษที่ 21 คือสิ่งที่สามารถฝึกฝนได้พร้อม ๆ กันจากการเผชิญกับอุปสรรคและปัญหา เพียงแต่เราจะต้องไม่กลัวที่จะต้องเผชิญกับมัน 

และเราจะต้องเตรียมความพร้อมกับมือกับอุปสรรคและปัญหาอยู่เสมอเพื่อฝึกฝนทักษะที่จะพาเราเอาตัวรอดในอนาคตได้

อ้างอิง

รวิส แสนอุตสาหะ. (2567). Ultimate Skills ทักษะจำเป็นแห่งอนาคต. อมรินทร์ How to.

Frontiers in Psychology. (2023). Resilience to depression: Implications for psychological vaccination. Frontiers in Psychology, 14, 123456. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2023.123456

Goodwin, D. K. (2005). Team of Rivals: The Political Genius of Abraham Lincoln. Simon & Schuster.

Hone, L. (2017). Resilient Grieving: Finding Strength and Embracing Life After a Loss That Changes Everything. The Experiment. 

TEDx Talks. (2019). "The Three Secrets of Resilient People | Lucy Hone | TEDx Christchurch." YouTube.

ความคิดเห็น