บันทึกประสบการณ์ชีวิตครู: การสร้างอิทธิพลเชิงบวกคืองานหลักของครู

ถ้าครูพูดว่า "จังหวะนี้พลาดได้ ไม่เป็นไร เข้าไปกันเอาไว้ ไม้น่าเอาใหม่" มันจะกลายเป็นอิทธิพลเชิงบวกทันที

            ผมมีนิสัยส่วนตัวที่ครูหลายคนจะมองว่า "เด็ก" คือจะติดเล่นกับนักเรียนค่อนข้างมาก และมีความเป็นกันเองพอสมควร ในความจริงแล้วมันคือวิธีการสร้างพื้นที่ปลอดภัย แต่แน่นอนมันมีราคาที่ต้องจ่าย เด็กนักเรียนบางคนอาจจะปีนเกลียวบ้าง แต่ไม่ทั้งหมด

            ข้อดีของการสร้างพื้นที่ปลอดภัย คือสร้างความสบายใจให้กับนักเรียน เขาจะรู้สึกสบายใจที่จะทำบางสิ่งบางอย่างโดยที่มีเราอยู่ตรงนั้น หรือแม้แต่คำพูดของเราที่ต้องการจะสั่งสอน ที่ต้องการจะให้เขาเรียนรู้ เขาจะตีความในเชิงบวกเป็นส่วนใหญ่

            นี้คือปัญหาของความสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียน นักเรียนไม่ได้ตีความความผิดพลาดของตนเองจากคำว่า “ผิด” เพียงคำเดียวแต่ตีความจาก น้ำเสียง สายตา และท่าทีของครูในวินาทีนั้น

            คำว่า “ผิด” จากครูคนหนึ่ง อาจถูกแปลในใจเด็กว่า ฉันไม่ดี ขณะที่คำว่า “ผิด” จากครูอีกคน อาจถูกแปลว่า ฉันยังเรียนรู้อยู่  ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่เนื้อหา แต่อยู่ที่ อารมณ์ที่แฝงอยู่ในความสัมพันธ์

            ผมอยากให้ผู้อ่านพิจารณาโดยนึกภาพห้องเรียน เด็กคนเดียวกันอาจตอบคำถามพลาด ถ้าครูถอนหายใจ มองนาฬิกา หรือรีบเฉลย เด็กจะเรียนรู้โดยไม่รู้ตัวว่า ความผิดพลาดคือสิ่งที่ควรรีบหลบเลี่ยง

            แต่ถ้าครูหยุด ฟัง และพูดว่า “จุดนี้น่าสนใจมาก ลองคิดต่ออีกนิดนะ” นักเรียนจะเรียนรู้ว่า "ความผิดพลาดคือพื้นที่ปลอดภัยของการคิด"

            ภาพเดียวกันเกิดขึ้นในสนามเปตอง ที่อาศัยปัจจัยแวดล้อมเข้ามาอิทธิพลค่อนข้างสูงทั้ง อากาศร้อน ลักษณะหิน ความแข็งและความอ่อนของพื้น และอื่น ๆ  

            เมื่อพวกเขาทำผิดพลาด  นักเรียนไม่ได้มองแค่ผลการแข่งขัน แต่หันมามองหน้าครูหรือโค้ชโดยอัตโนมัติ เพื่อถามคำถามเงียบ ๆ ว่า "ที่ทำไปมันแย่ไหม"

            ถ้าครูหรือโค้ชแสดงความผิดหวัง พวกเขาจะจำความพลาดนั้นไปนาน แต่ถ้าครูพูดว่า "จังหวะนี้พลาดได้ ไม่เป็นไร เข้าไปกันเอาไว้ ไม้น่าเอาใหม่" มันจะกลายเป็นอิทธิพลเชิงบวกทันที

            นี่คือเหตุผลที่การสร้างอิทธิพลเชิงบวกคือ “งานหลัก” ของครู  มันไม่ใช่งานเสริม ไม่ใช่ทักษะพิเศษ แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในทุกประโยค ทุกสายตา และทุกการตอบสนอง

            อิทธิพลเชิงบวกไม่ได้หมายถึงการทำให้นักเรียนเชื่อฟัง  หรือทำให้ห้องเรียนสงบในระยะสั้น
แต่คือการที่นักเรียนค่อย ๆ ซึมซับ วิธีมองโลก วิธีมองความผิดพลาด และความเชื่อว่า "เมื่อพลาดแล้ว ฉันยังมีที่ยืน"

            ไม่ว่าจะในห้องเรียนหรือสนามกีฬา ครูคือคนที่ช่วยกำหนดว่า นักเรียนจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่กลัวความผิดพลาดหรือเป็นคนที่ เรียนรู้จากมันได้อย่างมั่นคง

และอิทธิพลแบบนี้ ไม่ได้เกิดจากการสอนดัง ๆ แต่เกิดจากการ อยู่ตรงนั้นอย่างถูกจังหวะ ในวันที่พวกเขาพลาด 

ความคิดเห็น